วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558

กินล้างสะเก็ดเลือดติดที่สมอง หายได้ด้วยอาหาร

การที่สะเก็ดเลือดไปเกาะติดที่สมองนั้นมีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้สมองเสื่อมได้ในที่สุด
เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างเมืองไทยทำให้ตับขับพิษได้ไม่เต็มที่ เป็นโอกาสที่สะเก็ดเลือด
จะตีขึ้นสู่สมองสูงมาก มีวิธีแก้เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกาย


วิธีแก้
อาหารล้างสะเก็ดเลือดมีสองสูตรคือ

เหล้าขาว + น้ำตาลทรายขาว

เหล้าขาวไม่จำกันดีกรี ไม่ได้เขียนปริมาณเอาไว้ เอาเป็นว่า ผสมน้อยๆดูไปก่อนถ้าอร่อยแล้วค่อยกินตามนั้นจ้า

อีกวิธิที่ดีและอร่อยคือ



 โยเกิร์ต กับ น้ำมันข่า 


โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับ  น้ำมันข่า 1 ช้อนโต๊ะ ชงผสมให้เข้ากัน 
ตักกินจนหมดถ้วย  ถ้ากิน เช้า เที่ยว เย็น เวลาละถ้วย จะทำให้ยิ่งหายเร็วขึ้น กินติดต่อกันไปประมาณ 5-7 วัน หรือจนหาย




จริงๆแล้วเราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นอะไรตอนไหน เมื่อรู้ตัวก็ให้สังเกตดูว่าเป็นเช่นนี้เพราะอะไร
 หรือเป็นอะไรมาจึงทำให้เราเป็นอย่างนี้ ลองดูอีกที่เพื่อว่าวิธีนี้แก้ได้ ก็ไม่เสียหลาย

บางภาพจากอินเตอร์เน็ต เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์


หินปูนเกาะสมองส่วนกลางกินอะไรล้างดี

เม่ื่อพูดเรื่องของสมองไม่ว่าส่วนใหนที่มีหินปูนเกาะก็อันตรายพอๆกัน  เพราะบางครั้งเราไม่ได้สังเกต
ตัวเองว่ามีอาการอย่างนี้หรือไม่ หรือบางทีก็ละเลยกับอาการที่เป็น หรือเพิกเฉยเพราะความเคยชินกับมัน

      การที่มีหินปูนไปเกาะที่สมองส่วนกลางจะทำให้ความจำลดลง ทำให้ง่วงนอนบ่อย อาหารไม่ย่อยท้องอืด ท้องเฟ้อ หงุดหงิดง่าย หรือมีหินปูนไปหุ้มปลายประสาทก็จะทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้เช่นกัน
ทำให้สมองเสื่อม รวมไปจนถึงเซ็กส์เสื่อม  วิธีแก้ก็มี ถ้าทำดูก็จะไม่เสียหลาย รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม


หนทางการแก้ไขมีดังนี้
 น้ำใบรางจืด กับใบเตย  กินล้างหินปูนออก ปริมาร เท่าๆกัน เช่น ใบรางจืด 3 ใบ ใบเตยก็ 3 ใบ



หรือต้มน้ำลูกเดือย   ระหว่างนี้ต้องงดกินอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์
ผักมีกลิ่นฉุนทุกชนิด รวมถึงผักฮอตฮิตอย่าง คะน้า กะหล่ำปลี บร๊อคโคลี่ แตงกวา และข้าวกล้อง  ซึ่งข้าวกล้องนั้นดี แต่อาจจะไม่ดีกับโรคบางโรคก็ได้

เพื่่อหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกรดยูริกและหมั่นล้างหินปูนที่่สะสมในร่างกายออกด้วย น้ำลูกเดือยเช่นกัน หรือ ต้มน้ำใบรางจืดกับใบเตย

           
วิธีทำน้ำลูกเดือย
ลูกเดือยแห้ง 2 กำมือ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร 


จนเป็นเหมือนน้ำข้าว รินดื่มอุ่นๆ เฉพาะน้ำ  
ถ้าดื่มน้ำหมดแล้ว ลูกเดือยสามารถ เติมน้ำต้มใหม่ได้ อีก 3 ครั้ง แล้วค่อยเปลี่ยนลูกเดือยชุดใหม่

                   

ไม่ว่าเราจะกินอะไร โปรดหมั่นสังเกตตัวเองด้วยว่า เมื่อเราได้กินเพื่อความมีชีวิตที่ดีขึ้นนั้น 
เรามีอาการดีขึ้น หรือเฉยๆ  ดูการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ความรู้สึก ความตั้งใจ และความเข้าใจ

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

เรื่องสุขภาพต้องรู้ การหกล้มต้องล้างสะเก็ดเลือด


จากหนังสือเล่มนั้นที่มีสาระดีดี มาบอกต่อ ไม่น่าเชื่อว่าการที่เราล้ม ทำให้ต้องล้างสะเก็ดเลือด
ไม่ว่าดารา หรือมืออาชีพ ต่างก็ต้องเคย หกล้มหกลุก กันมาบ้างแล้วแต่รู้หรือไม่ว่า จะหกล้ม ถูกชน ถูกกระแทก โดนต่อย จนทำให้มีการช้ำหรือห้อเลือด ทำให้ตับขับพิษไม่เต็มที่ ทำให้ฝุ่นตะกอนไขมันในกระแสเลือดคล้ายเม็ดทรายเล็กๆ ถ้าตีขึ้นด้านบนไปติดที่สมองอาจทำให้เป็นมะเร็งสมองได้ ถ้าไปติดที่สมองส่วนหลังทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ หรือติดที่ไตจะทำให้ไตเสื่อม ถ้าไปติดที่หัวใจทำให้หัวใจวายได้ ดูแล้วอันตรายเห็นๆ แต่เราอาจจะนึกไปไม่ถึงว่า แค่ล้มจะทำให้เป็นโรคต่างๆ ตามมาได้ 
ไม่ว่าจะล้มท่าใหน ล้มคว่ำ ล้มหงาย ล้มก้นกระแทก ล้มหัวทิ่ม ก็คือการล้มเหมือนกัน

ท่านอาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา บอก สูตรอาหารล้างสะเก็ดเลือดมาดูกันสิว่ามีอะไรมั่ง
อาหารล้างสะเก็ดเลือด
ส่วนผสม 
โยเกิร์ต 1ถ้วย                                น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
 

วิธีกิน

ให้กินโยเกิร์ตผสมน้ำมันงาวันละ 1-2 ถ้วย กินติดต่อกัน 5-7 วัน หรือจนกว่าจะหาย 

หรือจะใช้โยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 ถ้วยกับน้ำมันงา น้ำมันขิง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันข่า
อย่างไดอย่างหนึ่ง จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ ชงผสมให้เข้ากัน แล้วกิน กิน ตามความพอใจ



กินแล้วรู้สึกอย่างไรให้สังเกตตัวเองกันด้วยนะค่ะ ไม่มีอะไรยุ่งยากหากเต็มใจทำเพื่อตัวเอง



ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือสิ่งที่หมอเรียกว่าโรค บางภาพจากอินเตอร์เน็ต 
เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์
วันนี้มาด้วยหนังสือดีดีที่มีชื่อว่า สิ่งที่หมอเรียกว่า (โรค)

 
วันก่อนได้พบเจอท่านตัวเป็น ตอนที่มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ที่ทำงานเขาจัดกิจกรรม ท่านเป็นกันเองมาก และใจดีมาก ให้ความรู้หลากหลาย มากมาย ตอนที่ได้ให้ท่านทำการตรวจโรคด้วยการ (แมะ)
      การแมะ จากที่เราเคยรู้หรือคุ้นเคย หรือเคยได้ยินมานั้นเป็นการตรวจโรคของหมอจีน
โดยการใช้นิ้วมือแตะที่ข้อมือด้านในของคนไข้  ดังภาพ
แต่ท่านใช้ ลูกแก้วคริสตัส ตรวจโรคของท่าน โดยการที่่คนที่ไปตรวจนั่งลง แล้วยื่นมือไปให้ท่าน
ท่านก็จะนำลูกแก้วนั้น หย่อนลงที่ตรงกลางฝ่ามือ ตอนที่ได้ตรวจตัวเองนั้น รู้สึกแปล่บ แค่ครั้งเดียว

 

ท่านบอกว่า สุขภาพดีมาก แข็งแรง ไม่ค่อยเป็นโรค 555 ดวงดีไป ได้ถามท่านว่า ทำไมชอบตื่นเต้น
ขนาดนั่งฟังท่านอธิบาย ยังตื่นเต้นเลย ท่านบอกว่าตื่นเต้นทำไม ท่านไม่ใช่พระเองหนังซะหน่อย ว่าไปท่านบอกว่าเป็น โรคประเภทปลอกปลายประสาทอักเสบ ท่านแนะนำให้ไปกิน ใบทัมมัง
วันละ 5 ยอด เป็นการล้างหลอดเลือดตั้งแต่หัวไปจนถึงเท้า ท่านบอกไว้อย่างนั้น ร้อนถึงสามีอีก
ไปหามาให้ถ้าหาไม่ได้ซื้อค่ะ กำละ 5 บาท ตลาดบ้านนอกค่าพอหาซื้อแบบถูกๆได้ แบบพอเพียง

ยอดใบทัมมัง ส่วนมากมีที่ภาคใต้
แต่บางคนก็รู้สึก แปล๋บ แปล๋บ มากหรือหลายครั้ง เพราะเป็นกันหลายโรค แต่ที่ฮอตฮิตที่สุดจะเป็นโรคพยาธิตัวตืดกันค่ะ รู้สึกว่าทุกคนจะเป็นกัน 555 ท่านบอกว่าทุกคนมีพยาธิตัวตืดอยู่ในลำใส้กันทั้งนั้น บางคนที่อ้วน ท่านบอกว่าตัวยาวเท่ากับความยาวของลำใส้ 9 เมตร ก็มี
ท่านให้ไปกิน เมล็ดฟักทอง
เมล็ดฟักทอง ขับพยาธิตัวตืด
ก็กินกันไป ที่เป็นเมล็ดฟักทองอบเฉยๆ ไม่ผสมอะไร กินแตกต่างกันไป 5 วัน 10 วัน 20 วัน 30 วัน
ตามแต่ตัวพยาธิ ตอนที่ท่านทำการ แมะด้วยแก้วคริสตัส ** อ้อตอนที่ท่านแมะ แก้วคริสตัสจะมีแสงเปล่งประกายด้วย หรือว่าเราจะตาฝาดไปเอง  ก็ไปซื้อเมล็ดฟักทองกันจ้าละหวั่น ทั้ง เซเว่น โลตัส หรือ ตามที่จะหาได้ กิน กิน กันไป เพราะว่าไม่เป็นอันตราย แถมอร่อย เพลิน เพลิน
แล้วก็หยุดกิน พอตอนที่มีกิจกรรมท่านก็แมะให้กับทุกคนที่สนใจ 

การจัดกระดูกแก้อาการปวดหลัง ไหล่ ต้นคอ
ท่านก็ได้ทำการจัดกระดูกให้กับผู้ที่มีปัญหาการปวด เมื่อย หลัง ไหล่ ให้ด้วย 
ท่านบอกว่าจะหาลูกศิษย์ สักคน ไอ้เราก็สนใจ แต่เนื่องจาก คนสนใจการแมะเยอะมาก เลยไม่ได้สอน แต่ท่านก็ได้จัดกระดูกให้กับคนที่มีปัญหา เสียงกระดูกดัง กร๋อบๆ เพราะว่ามีอากาศเข้าไปอยุู่ในข้อต่อต่างๆ ของกระดูก  ท่านได้แนะนำให้จัดกระดูกตัวเองด้วยเพื่อเพิ่มความสูงและแก้ปวดเมื่อย
 
โดยการ  
1. ยืนให้เท้าชิดกัน หัวแม่เท้าและตาตุ่มชิดกัน หัวเข่าชิด ขมิบก้นเล็กน้อย
2. ยกแขนทั้งสองข้างชูเหยียดตึงขึ้นเหนือศรีษะ กำประสานนิ้วมือทั้งสิบเข้าด้วยกันแบบสับหว่าง 
แขนสองข้างแนบชิดติดใบหู (ทำเหมือนเรากำลังโหนตัวกับต้นไม้หรือไม้)
3. หายใจเข้าท้องยุบ หายใจออกท้องป่อง หายใจอย่างช้า ๆ ลึก ๆ 
ฝึกยืนวันละ 20 นาที ตอนแรกอาจจะน้อยๆ แค่ 5 นาที และต่อไป เพิ่มเป็น 10 นาที 20 นาที 
จนครบตามกำหนด ถ้าทำได้ทุกวันจะดีมาก แก้ปัญหากระดูกทับเส้นประสาท แก้ปวดเมื่อย 
แก้เส้นเลือดขอด แก้อาการปวด คอ ไหล่ บั้นเอว

ลองทำดูนะค่ะ เพื่อแก้ปัญหาที่เราอาจจะเป็นหรือไม่เป็นแต่เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ
ความเหนื่อยล้าได้ 
อย่างไรก็ตามผู้เขียนก็ได้ทำตามที่ท่านแนะนำแล้วก็ดี ไม่ค่อยปวดเมื่อยสักเท่าไหร่ แต่ไม่ค่อยได้ทำเท่าที่ควร แต่จะพยายามและติดตามผลงานของท่านอยู่เสมอ เป็นหนังสือที่ดี ไม่ลำบากที่จะปฎิบัติตาม


ขอบคุณข้อมูลดีดีจากหนังสือ ของอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา 
ภาพจากอินเตอร์เน็ต เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์
วางแผ่นไม้สโล้ปบนพื้นราบ อาจเป็นสนามหญ้า หรือพื้นห้องก็ได้
ปรับระดับตามที่ต้องการ (แนะนำที่ 45 องศาฯ) ถ้าไม่มียืนบนพื้นเรียบก็ได้

2. ขึ้นไปยืนให้สองเท้าชิดกัน (ปลายเท้าหันไปด้านบน)
หัวแม่โป้งชิด ตาตุ่มด้านในชิด หัวเข่าด้านในชิด ขมิบก้นเล็กน้อย
ยกแขนทั้งสองข้างชูเหยียดดิ่งขึ้นเหนือศีรษะ
กำประสานนิ้วมือทั้งสิบเข้าด้วยกันแบบสับหว่างแขนสองข้างแนบชิดติดใบหู
(เหมือนมีใครกำลังโหนตึงดึงตัวเราขึ้นไป)

3. หายใจเข้าท้องยุบ หายใจออกท้องป่อง พยายามหายใจเข้าและออกลึกๆช้าๆ
( จังหวะการหายใจตรงข้ามกับการนั่งสมาธิหรือโยคะ)

4. ฝึกยืนให้ได้วันละ 20 นาที แรกๆอาจจะเริ่มแค่ 5 นาที 10 นาทีไปก่อน
( เพื่อความเพลิดเพลินแนะให้ยืนดูทีวี ฟังเพลง ฟังเทปธรรมะดีๆ ไปพร้อมกันก็ได้ )
ถ้าทำได้ทุกวันกระดูกจะตรงเข้าที่ แก้ปัญหากระดูกทับเส้นประสาท
ไม่ต้องไปผ่าตัด แก้ปวดคอ ปวดหลัง ปวดเอว แก้เส้นเลือดขอด
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/551928
 

วางแผ่นไม้สโล้ปบนพื้นราบ อาจเป็นสนามหญ้า หรือพื้นห้องก็ได้
ปรับระดับตามที่ต้องการ (แนะนำที่ 45 องศาฯ) ถ้าไม่มียืนบนพื้นเรียบก็ได้

2. ขึ้นไปยืนให้สองเท้าชิดกัน (ปลายเท้าหันไปด้านบน)
หัวแม่โป้งชิด ตาตุ่มด้านในชิด หัวเข่าด้านในชิด ขมิบก้นเล็กน้อย
ยกแขนทั้งสองข้างชูเหยียดดิ่งขึ้นเหนือศีรษะ
กำประสานนิ้วมือทั้งสิบเข้าด้วยกันแบบสับหว่างแขนสองข้างแนบชิดติดใบหู
(เหมือนมีใครกำลังโหนตึงดึงตัวเราขึ้นไป)

3. หายใจเข้าท้องยุบ หายใจออกท้องป่อง พยายามหายใจเข้าและออกลึกๆช้าๆ
( จังหวะการหายใจตรงข้ามกับการนั่งสมาธิหรือโยคะ)

4. ฝึกยืนให้ได้วันละ 20 นาที แรกๆอาจจะเริ่มแค่ 5 นาที 10 นาทีไปก่อน
( เพื่อความเพลิดเพลินแนะให้ยืนดูทีวี ฟังเพลง ฟังเทปธรรมะดีๆ ไปพร้อมกันก็ได้ )
ถ้าทำได้ทุกวันกระดูกจะตรงเข้าที่ แก้ปัญหากระดูกทับเส้นประสาท
ไม่ต้องไปผ่าตัด แก้ปวดคอ ปวดหลัง ปวดเอว แก้เส้นเลือดขอด

(ขอบคุณท่ายืนจัดกระดูก จากหนังสือสูตรเด็ด ฉบับสีเขียว โดยอ.สุทธิวัสส์ คำภา ศิษย์สาย 2 เรียบเรียง)
ค่อยๆทำ ค่อยๆฝึก ค่อยๆเพิ่มเวลา อีกไม่นานก็ทำต่อครั้งได้หลายนาทีได้ เป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่งได้เลยนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/551928






วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

 แกงเห็ดแครง ร้อน ร้อนจ้า

แบบว่า สามีไปเก็บเห็ดแครงมาจากป่ายางข้างๆบ้าน แบบว่าบ้านนอกก็แบบนี้แหละจ้า หาได้ 
พบเจอตามที่มีฤดูกาล หน้าฝนก็ได้ เห็ดสดๆ หรือว่าปลาที่ลอยตามน้ำมาตอนน้ำท่วม วันแรกที่เก็บมานำมาผัดกับน้ำมันเฉยๆ วันนี้อยากกินแบบแกงเผ็ด แต่ไม่ได้ใส่ไข่ ถ้าใส่ไข่ด้วยจะอร่อยไปอีกแบบ

แบบว่าขอนไม้ยางที่ตายแล้ว พอฝนตกมาสักระยะก็จะมีเห็ดแครงงอก พอได้เก็บกินกัน ตามประสา
คนบ้านนอก ต้นไม้อื่นก็งอกนะค่ะ แต่ชอบงอกที่ไม้ยางที่ตาย สีของเห็ดจะมีคล้ายกับไม้ที่งอก


เมื่อได้เห็ดมาก็ทำการล้าง ตัดตีนที่ดำ ดำ ออกให้หมด จนนางสะอาดเอี่ยม 555 สามีเป็นคนทำอีกตามเคย เมียนะหรือ นั่งดีดนิ้ว สามีว่าแบบนั้น แบบว่าสามีกลัวเมียทำไม่สะอาดเลยจัดการทำเองซะเลย สบายเมียไป ไม่ต้องทำ ถ้าแกงไม่หมดก็นำไปตากแห้งแล้วค่อยนำไปปรุงเป็นอาหารอีกก็ได้จ้า

 

สิ่งที่ต้องเตรียมเป็นเครื่องปรุง 



เห็ดแครงล้างสะอาด ประมาณ 3 กำมือ

 

 เครื่องแกงกะทิ 10 บาท  



น้ำกะทิ 1/2 กิโลกรัม
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ นำ้ตาลทราย 1 ช้อนชา



ขั้นตอนการทำ


 
ตั้งกะทิให้เดือด
 

ใส่เครื่องแกงที่ใส่กะปิและตำให้เข้ากัน ลงไป

ให้กะทิเดือดอีกครั้ง

 

ใส่เห็ดแครงลงไป


ให้แกงเดือดอีกครั้ง เติมน้ำตาล ชิมรสดู


เห็ดจะอ่อนตัว น่ากิน ใส่ใบมะกรูดถ้ามี ไม่มีก็ไม่ต้องใส่


ลักษณะน้ำแกงจะขลุกขลิก เท่าน้ำเท่าเนื้อ ตักแจกเหลือนิดหน่อยแล้ว

อาหารบ้านนอก แต่มีเสน่ห์ในตัว ไม่ต้องอายใคร ยามที่ต้องแสงโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรุูป




วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

เมนูกุ้งอบวุ้นเส้น เหนียวนุ่มหนึบ

เมนูกุ้งนั้น สามารถทำได้หลากหลายมากมาย แล้วแต่จะประยุกต์ หรือไอเดียคนเป็นแม่ครัว จะบรรณเจิดเอา คราวก่อนทำกุ้งอบเกลือ วันนี้มาทำกุ้งอบวุ้นเส้นกันจ้า เป็นของชอบส่วนตัว แต่กินกันได้ทั่วหน้าทั้งครอบครัวจ้า ต่อไปจะเป็นแกงส้ม หรือ ผัดกับเส้นหมี่ แล้วจะนำมาเสนอต่อกันจ้า จะเป็นกุ้งแม่น้ำหรือกุ้งซีแฮ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาว ก็ใช้ได้ แต่ความอร่อยของเนื้อกุ้ง ไม่เหม่ือนกันแต่คล้ายๆกัน


 

                           เมนูกุ้ง มาทำกุ้งอบวุ้นเส้นกันจ้า กุ้งเน้นๆ ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งดี กุ้งแม่น้ำ


เมนูนี้สำหรับทานประมาณ 10 -12 ท่าน

ส่วนผสม 


กุ้ง                         12      ตัว  ประมาณ 1 กิโลกรัม 2 ขีด
วุ้นเส้น                    1/2     กิโลกรัม
มันหมูแข็ง               2        ขีด หั่นบางๆ
รากผักชี                  4        ต้น ทุบๆพอบุบ
กระเทียม                12       กลีบ ทุบๆพอบุบ
ขิงอ่อน                  10       แว่น
เม็ดพริกไทย            20       เม็ดหรือ 1 พวงเล็กๆ



เครื่องปรุง

ซีอิ๊วขาว                    2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม          2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ                     2 ช้อนชา
นำ้มันงา                    2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย              2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสต๊อก                   1  ถ้วย
บางคนใช้เครื่องปรุงของ โลโบ้ แบบสำเร็จรูปเสริมทัพความอร่อย



วิธีทำ

กุ้ง กุ้งล้างให้สะอาด แต่งตัวให้สวยด้วยการตัดหนวด ขาไม่ตัดก็ได้ เตรียมพร้อมวางอย่างเป็นระเบียบ

 
 วุ้นเส้นที่ได้มาทำการแช่น้ำให้อ่อนตัวก่อนจ้า
 
 
ขิงหั่นเป็นแว่นๆ วางไว้ ยิ่งมากยิ่งหอม  แช่น้ำเกลือไว้


นำวุ้นเส้นขึ้นจากน้ำแล้วสงให้สะเด็ดน้ำ นำมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมให้เข้ากัน



ใช้หม้อหรือกระทะตามสะดวก วางมันหมูไว้ด้านล่าง รากผักชี พริกไทยป่น กระเทียม ขิง แล้วใส่วุ้นเส้น วางกุ้งไว้ด้านบน แล้วยกตั้งไฟ




พอมีกลิ่นหอมออกมา เปิดฝาแล้วคลุกเคล้ากุ้งกับวุ้นเส้นอีกครั้ง ปิดฝาอบต่อ 3 นาที

 
ปิดฝาอบนาน 7 นาที เปิดฝาวางวุ้นเส้นลงบนตัวกุ้ง อบต่อ 3 นาที่ ยกเสิร์ฟ
 
 *** หรือบางตำรานำเครื่องปรุงทั้งหมด ผสมรวมกัน คนให้ละลายดี ราดลงบนตัวกุ้ง เพิ่มเห็ดหอม