วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560

น้ำซาวข้าวใช้สระผมให้ผมดกดำ

สูตรที่ใช้ นำน้องซาวข้าวมากหมักเก็บไว้หลายวัน เรียกว่าน้ำมวกส้ม 
นำมาสระผมทำให้ผมเป็นเงางานกว่าน้ำซาวข้าวธรรมดา ให้ร่วมกันแชมพูอืนก็ได้

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560

 ตำรารำข้าว มือเท้าชามาก หยิกไม่เจ็บ

รำข้าว มือเท้าชามาก หยิกไม่เจ็บนี้ ได้จากการอ่านหนังสือแล้วนำสาระมาเผยแพร่ให้รู้กันว่าเอา
เม็ดงา 1 ลิตร
รำปลายข้าวสาร 1 ลิตร
กระเทียม 1 กำมือ

นำมาหั่นบางๆทั้งหมด  แล้วนำมาคั่วให้สุก บดเป็นผงผสมน้ำผึ้งหรือน้ำตากินต่างขนมจนกว่าจะหาย ราวๆ 1 เดือน


ใช้ถั่วเขียวและข้าวกล้อง ปริมาณเท่าๆกัน ต้มจนเปือย กินทุกวัน

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ขนมฝักบัวหรือขนมจู้จุน ขนมโบราณ ภาคใต้เรียกขนมจู้จุน 


ขนมฝักบัวหรือหนมจู้จุนเป็นขนมโบราณ ภาคใต้นิยมนำตอนได้ทานไฟช่วงเดือน มกราคม ของต้นปี 
จะมีประเพณีให้ทานไฟ ชาวบ้านจะมารวมกันทำขนมถวายพระที่วัด ตอนเช้ามืดแล้วพระก็เข้าสู่พิธีกรรมทางพระ ประเพณีให้ทานไฟนี้จะมีทำกันอยุ่ไม่กี่จังหวัดของภาคใต้ ที่ผู้เขียนอยู่ก็จังหวัดนครศรีธรรมราช ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา  จะมีวัดคลองดิน กับวัดสโมสร ที่ผู้เขียนได้ไปเข้าร่วมการทำประเพณีนี้ด้วย


 ส่วนผสม
แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวใส่ปริมาณเท่ากัน
น้ำตาลปี๊บ + น้ำตาลทราย 1/2 กิโลกรัม
แป้ง/น้ำตาล/น้ำ/ปริมาณเท่าๆกัน เวลาทอดใช้น้ำมันกะแค่ขนมไม่ติดกะทะใช้ไฟกลางๆ 
เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ
1.นำแป้งข้าวจ้าว แป้งสาลี แป้งข้าวเหนียวใส่ปริมาณเท่ากันใส่กะละมัง / หม้อ
 เช่นใช้แก้วน้ำตวงก้อใส่แป้งอย่างละแก้ว 

2. นำน้ำตาลปี๊บ+น้ำตาลทรายมาตั้งไฟเคี่ยวไห้ละลายพอหนืดๆ

3. จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสอง รวมกันตีแป้งไห้เข้ากับน้ำตาล ตีจนเป็นฟองอากาศละเอียดให้ทั่ว
หม้อแป้งเติมเกลือ1/2 ช้อนชา ผสมเข้ากัน หมักทิ้งไว้ไม่ต่ำ พักไว้ 1-3 ชั่วโมง หรือ1คืน

 
4. หมักทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 1-3 ชั่วโมง หรือ 1 คืน ก่อนทอดใส่กะทิ 1 แก้วแล้วคนให้ทั่ว นำมาทอดได้

4. เมื่อแป้งได้ตามต้องการแล้ว นำกะทะตั้งไฟ เติมน้ำมันไม่มาก ตั้งไห้ร้อน 

  
5. ตักแป้งขนม 1 จวักเทตรงๆกลางน้ำมัน รอให้ขนมเหลืองอมแดง พลิกกลับด้านล่างจะนูนสวย 
เพราะน้ำมันพอดีกับตัวแป้ง

 

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เส้นชีวิตบนฝ่ามือ


เส้นชีวิต เส้นชีวิตนั้น นอกจากที่จะต้องเรียนถึงรูปร่างของเส้นชีวิตเส้นต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนลายมือของคนเราทุกๆ เส้นจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันกับเส้นชีวิตทั้งสิ้น การที่เส้นต่างๆ จำเป็นจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นชีวิตนั้นก็เปรียบเสมือนความจริงทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโลกนี้ไม่ว่าเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่เกิดขึ้นแล้วในโลก เรื่องเหล่านั้นจะต้องเข้ามาสัมผัสเกี่ยวข้องกับร่างกายของคนเราทั้งหมด แม้ว่าการเกี่ยวข้องนั้นจะไม่เกี่ยวด้วยการสัมผัส ก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง


เส้นชีวิต หมายถึง ตัวตน ร่างกายที่มีความรู้สึกในสิ่งต่างๆ ได้ เช่น จะกระทบ ความร้อน ความหนาวความเย็น ความอ่อนโยนนิ่มนวล ความแข็งกระด้าง ดุร้ายหรือกระทบอะไรก็มีความรู้สึก เรียกว่าตัวตน

เส้นชีวิตเกิดจากง่ามมือ โค้งล้อมเนินครอบครัวไปจนถึงเนินหลักฐาน หรือยาวไปจนถึงส้นมือ ในท่อนปลายของเส้นชีวิตแยกออกเป็นเส้นหลักฐานอยู่ด้วย เส้นหลักฐานเกิดขึ้นมีลัษณะเป็นรูปยาว ๆ แสดงว่า เป็นคนมีหลักฐานบ้านช่องบริบูรณ์ และจะเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงเสมอ ไม่ค่อยมีการเจ็บไข้ได้ป่วย ยังจะเป็นคนมีอายุยืนยาวด้วย (ดั่งเช่นในภาพด้านบน)


เส้นชีวิตที่โค้งเป็นวงกว้าง (ทำให้เนินศุกร์กว้าง) มีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี มีจิตใจกว้างขวาง ส่วนคนที่เส้นชีวิตโค้งเป็นวงแคบ (ทำให้เนินศุกร์ดูแคบ) มีร่างกายที่อ่อนแอ กำลังน้อย


ลายเส้นชีวิตแยกเป็น 2 เส้น   ต้องเดินทางไปต่างถิ่นอยู่บ่อยๆ หรือต้องไปต่างถิ่นเป็นเวลานาน 



ลายเส้นชีวิตแยกเป็น 2 เส้น ถ้าปลายของทั้งสองเส้นแยกห่างออกจากกันมาก ต้องไปตั้งหลักปักฐานยังต่างถิ่น


  
เส้นชีวิตเกิดร่วมกับเส้นความคิด ด้านขวา เป็นคนมีเหตุมีผล ระมัดระวังตัวดี รอบคอบ



คนที่เส้นชีวิตกว้างตื้น จะไม่ค่อยมีความอดทนต่อความเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ มักตีตนไปก่อนไข้ คิดกังวลจนทำให้อาการหนักกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนคนที่เส้นชีวิตเรียวบาง จะมีความอดทนต่อความเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ทำให้ความเจ็บป่วยนั้นทุเลาลงจากหนักกลายเป็นเบา



เส้นชีวิตมีรูปเกาะ ถ้าเป็นเกาะเล็กๆและไม่ยาว ช่วงนั้นก็จะมีสุขภาพไม่ดี อีกทั้งมีความทุกข์ใจ 
รูปเกาะใหญ่ หรือยาว ในช่วงอายุที่เป็นเกาะนั้นก็จะเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายาก เป็นช่วงชีวิตที่ยากลำบาก

เมื่ิอลายมือบอกช่วงชีวิต

 
วันนี้มาเล่าเรื่อง เครื่องหมายกากบาทที่ฝ่ามือ ตามความเชื่อเขาว่ามีรูปกากบาทที่กลางฝ่ามือ มีซิกเซ้นต์ ลางสังหรณ์ หมอดูเคยทักว่ามีกากบาทด้วย หายาก แถมแม่นยำเรื่องลางสังหรณ์มากกว่าใครเขา
เส้นลายมือจะบอกเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า หรือผ่านมาแล้ว ของแต่ละช่วงชีวิตของคนนั้นๆ 

บางคนจะเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น จะมีลางสังหรณ์พิเศษมากๆ หากมีอะไรไม่ดีกับตัวเองจะแวบขึ้นในสมองทันที

นี่ประสบการณ์ของเพื่อนๆที่เล่าสู่กันฟัง เป็นความเชื่อ ส่วนบุคคล ควรพิจารณาให้รอบคอบ
บางคนนะถ้าฝันว่า..ฟันหักนี่สิแน่นอน วันก่อนผู้เขียนเคยฝันว่าฟันหัก 5 ซี่ ไปกันรวดเดียวเดือนละคน 

บางคนเคยฝันว่า..แฟนมาบอกลาทั้งที่นอนอยู่ด้วยกัน..อีกวันช่วงเช้า.แฟนผมก็รถล้มไม่ไกลบ้านไม่เกินกิโล..แล้วเสีย..
ฝันว่าคนในบ้านมีเรื่องร้าย.อีก 2 วันพ่อโดนเสาล้มทับขาหัก..มีบ่อยมาก..ถ้ามีเรื่องจะฝันไม่ก็ร้อนใจ..หงุดหงิดไม่มีสาเหตุ.ทำงานอยู่ต้องกับบ้าน.ไปถึงแฟนจะคลอดพอดี.เวลาเกิดเรื่อง.ไรมีลางตลอด..
บางที่มีคนมาเรียก...ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วอึดอัด.ไม่นานเกิดเรื่องแน่นอน.เป็นประจำ..กับตัวเองมีครั้งนึงไปเที่ยวบ้านเพื่อนแต่รู้สึกอยากกับบ้านมาก...กลับได้แปบเดียวตัวเองปวดท้อง..เข้าโรงบาลผ่าใส้ติ่ง... 

 

เส้นบนฝ่ามือ โดนทั่วไปจะมี 3 เส้นหลักๆ คืน เส้นสมอง เส้นหัวใจ เส้นชีวิต ถ้าเส้นชีวิตขาดจะพบได้น้อยมาก 

ถ้าเส้นชีวิตชัดเจน บ่งชี้ว่าเจ้าของชะตาบนฝ่ามือจะมีชีวิตยืนยาว มีพลังชีวิต
 
 เส้นวาสนาสีน้ำเงิน ยิ่งสูงยิ่งสบายจะสบายตอนไหนขึ้นกับความสูงของเส้นนี้

เส้นทรัพย์ วงสีเขียว เส้นวาสนา สีน้ำเงิน เส้นอุปถัม สีดำ เส้นเศรษฐี สีขาว เส้นคุ้มกัน สีขาว
ถ้าเส้นชัดและลึกถ้าให้ดีต้องไม่มีเส้นตัดวิ่งผ่าน เส้นยิ่งขาวยิ่งดี


เส้นกากบาท เป็นเส้นหายาก จะพบบนมือของคนที่มีพลังพิเศษ เช่นคนทรงเจ้า
เส้นวงแหวนโซโลมอน จะล้อมวงฐานของนิ้วชี้ไว้และพบในมือของผู้นำและคนที่มีความฉลาดรอบรู้ที่ยิ่งใหญ่
  
 
เส้นสมอง คือเส้นที่อยู่ตรงกลางระหว่างเส้นชีวิตกับเส้นหัวใจ 

เส้นสมองยาว บ่งบอกถึงระดับสติปัญญา เส้นยิ่งยาวจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้น
ถ้าเหยียดตรงข้ามฝ่ามือ เป็นนักปฎิบัติ ติดดินและนักจัดการที่ดี
ยาวและตรง ฉลาด สุขุม นักวางแผน ความทรงจำดี
ทอดลงเนินจันทร์ (โค้งลงกลางฝ่ามือ) อ่อนไหวและมีจินตนาการ
โค้งขึ้นสู่เส้นหัวใจ มีความสามารถทางธุรกิจ หาเงินเก่ง
เส้นขาด จะมีเหตุการเจ็บปวด ชอกช้ำ 





































วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ขนมหม้อแกงโบราณ

 

ขนมหม้อแกง เมื่อครั้งผู้เขียนเด็กๆ มักเห็นผู้ใหญ่ทำกันในงานมงคล เป็นขนมหวาน กินหลังทานข้าว เช่น งานแต่ง งานบวช จะมีผู้คนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ยุ่ง วุ่นวาย กันทั่วหน้า เพราะขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน เช่นตอกไข่ ตีไข่ ก่อเตาถ่าน ขูดมะพร้าว ต้องทำก่อนวันเริ่มงาน 1 วัน ส่วนที่ยุ่งยากที่สุดคือ การเฝ้าเตาเผานี่แหละ ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย แต่ผลออกมาคุ้ม หอม อร่อย สด ใหม่ เพราะทำเอง
วัตถุดิบก็สำคัญ ไข่ต้องไข่เป็ด สดๆ มะพร้าวคั้นสดๆ จึงได้ขนมที่อร่อย



ส่วนผสม

1. เผือกนึ่งประมาณ 2 ถ้วยตวง
2. ไข่เป็ด (ถ้าไม่มีใช้ไข่ไก่ได้) 6 ฟอง
3. กะทิ (ใช้หัวกะทิ) 2 ถ้วยตวง 
4. น้ำตาลปี๊บ 1/2 กิโลกรัม * ลดเพิ่มความหวานได้*
5. เกลือ 2/4  ช้อนชา
6. ใบเตย 3-5 ใบ
7. น้ำเปล่า (8 ถ้วยตวง)
8. น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
9.หอมแดงซอย หรือลูกบัว แล้วแต่ชอบ ใส่หน้าขนม
วิธีทำ
1.หัวหอมล้างให้สะอาดแล้วซอยบางๆ เจียวให้เหลืองกรอบ

2.นำเผือกปอกเปลือกแล้วนำไปนึ่งให้สุก แล้วยีใส่ชามไว้
3. ตอกไข่ใส่ชามผสม เอาใบเตยลงไปขยำ ให้ขึ้นฟู ใส่น้ำตาลปี๊บและเกลือลงไปผสมให้เข้ากัน
เทหัวกะทิลงไปผสมและกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อไม่ให้มีเศษผงต่างๆ เนื้อขนมจะได้เนียนสวย
4. เอาเนื้อเผือกลงไปผสม และใส่น้ำมันพืช อาจใช้น้ำมันจากการเจียวหอมลงไป 2 ช้อนโต๊ะ

5. เอาส่วนผสมที่ได้ไปกวน ใช้ไฟอ่อน กวนจนเริ่มข้น อย่าให้ถึงกับแตกมัน

6. เทใส่ถาดย่างด้วยไฟอ่อนๆ ด่านล่าง และด้านบนก็เอาสังกะสีปิดปากถาด แล้วนำถ่านไฟอ่อนๆ วางด้านบนสังกะสี เป็นการย่างทั้งบนและล่าง จนสุกเหลืองสีน้ำตาล หอม กรุ่นก็นำออกจากถ่านย่างได้


 

7. ก่อนเอากินก็แต่งหน้าด้วยเม็ดบัวและหอมเจียว 




วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ข้าวจี่

 

ข้าวจี่ คือขนมพื้นบ้านของทางภาคอีสาน ทำจากข้าวเหนียวนึ่งแล้วนำมาทาเกลือให้ออกรสเค็มๆ มันๆ โดยเป็นก้อนกลมๆหรือเป็นแผ่นแล้วนำไปปิ้งไฟอ่อนๆจากนั้นนำมาชุบไข่ไก่แล้วนำไปย่างไฟอีกรอบ

ข้าวจี่ขนมหรือของว่างทานเล่นที่ทำง่ายๆนอกจากทำทานเองแล้ว ยังทำขายเป็นอาชีพเสริมที่ทำเงิน
ที่น่าสนใจ ลงทุนน้อยขายง่าย ทำขายในช่วงเช้าปิ้งใหม่ร้อนๆ อาจทานแทนอาหารเช้าได้เลยอิ่มด้วย

เครื่องปรุงและสิ่งที่ต้องเตรียม
ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ
เกลือป่น
ไข่ไก่
กะทิ

วิํธีทำ

1.นำข้าวเหนี่ยวนึ่งไห้สุกพักไว้ ผสมกะทิและเกลือ คนให้เกลือละลาย

2. นำชามใบโตใส่ข้าวเหนี่ยวที่นึ่งสุกกำลังร้อนๆจะนวดหรือ ใช้ไม่พายคนให้เข้ากันแล้วปิดฝาภาชนะทิ้งไว้สักระยะ

3. ปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมๆ แล้วเสียบไม้ตรงกลาง

4. นำไปย่างไฟอ่อนๆ ให้เกรียมเล็กน้อย

5. ตีไข่ให้เข้ากันปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย นำข้าวจี่ชุปไข่ ถ้าอยากให้ไข่ติดหนาๆ ก็นำข้าวจี่ชุบไข่หลายๆครั้ง

6. นำไปย่างไฟอ่อนๆ อีกครั้ง ให้เกรียมเล็กน้อย


ทำขายในช่วงเช้าปิ้งใหม่ร้อนๆ อาจทานแทนอาหารเช้าได้เลย หากต้องการมีรายได้พิเศษแต่ยังไม่รู้จะขายอะไรดี




วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ขนมปังหน้าหมู หอมอร่อย

ขนมปังหน้าหมู เมนูทานเล่น ทำง่าย  กินเพลินๆยามว่าง การทอดที่ไม่ทำให้ขนมปังอมน้ำมัน


1. ขนมปังแซนวิช 6 แผ่น
2. หมูบด 1/2 กก.
3. ไข่ไก่ ตีพอแตก 2 ฟอง
4. ต้นหอมซอย 6 ต้น
5. รากผักชี 2 ราก
6. ซอสปรุงรส หรือซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ้วขาว 
8. พริกไทยดำและขาว ป่น
9. น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
10. กระเทียมไทยกลีบเล็ก 8 กลีบ
11. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
12. น้ำมันพืชสำหรับทอด
 รับประทานคู่กับน้ำอาจาด หรือน้ำจิ้มไก่ หรือซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศ
(ส่วนผสมปรุงรส แล้วแต่ชอบ)

 
เตรียม "หน้าหมู"

1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย ให้ละเอียดตักขึ้นพักไว้

2. นำหมูบดไส่ลงในชามใบโตๆ ตอกไข่ทั้งหมดใส่รวมกับหมูบดผสมกับส่วนผสมที่โขลกไว้
ตามด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสน้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด และไข่ไก่ 1 ฟอง

3. นวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน นวดจนเหนียว แล้วจึงนำเข้าตู้เย็นพักไว้ 10-15 นาที
  
วิธีทอด
1. นำขนมปังแต่ละแผ่น ตัดขอบออก หั่นเป็น 4 ชิ้นเท่าๆกัน  โดยการผ่ากลางแผ่นแล้วผ่าซอยอีกที 

2. ตักหมูบดทาลงบนขนมปังด้านบน ไม่ต้องหนามาก เพราะถ้าทาหนาเกินไปเวลาทอดจะสุกยาก
แล้วจุ่มขนมปังด้านที่ป้ายหน้าหมูลงในไข่ไก่

3. เทน้ำมันลงกะทะพอประมาณ รอให้ร้อน

4. นำขนมปังลงไปทอดทีละแผ่นทอดด้านที่มีหมูก่อน ทอดให้สุกกรอบเป็นสีน้ำตาล แล้วค่อยพลิกกลับอีกด้าน พอเหลืองน่ากินแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

 

อาจาด - ใส่ตามปริมาณที่ชอบ แตงกวา 5 ผล หอมแดง 3 หัว พริกชี้ฟ้าแดง 2-5 เม็ด น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย หรือน้ำเชื่อม น้ำสะอาด

วิธีทำ อาจาด นำส่วนผสมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า ตั้งไฟปานกลาง รอจนเดือด แล้วจึงปิดไฟนำออกจากความร้อน พักจนน้ำอาจาดเย็น …จึงใส่แตงกวาซอย หอมแดงซอย และพริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ
    วิธีทอดขนมปังหน้าหมู ไม่อมน้ำมัน
    ก่อนที่จะนำขนมปังมาทำให้นำไปตัดขอบและนำไปผึ่งลมให้แห้งจริงๆ แบบจะแข็ง (เพราะจะทำให้ขนมปังที่ทอดออกมาไม่อมน้ำมันและทอดได้สีสวยเสมอกันตลอดทั้งชิ้น)

    โปะหมูปรุงรส ชุบไข่ ตั้งกระทะที่ไฟปานกลาง รอน้ำมันพอร้อนจึงค่อยทอด ทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นผึ่งบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมันสักพักให้น้ำมันออกมากที่สุด (ไม่งั้นขนมปังก็จะอมน้ำมันมาก ทำให้ขนมปังไม่กรอบทานไม่อร่อย) เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมปังหน้าหมูที่กรอบนานแน่นอน