แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเพณีไห้ทานไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเพณีไห้ทานไฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ประเพณีไห้ทานไฟ วัดเสนาราม

 
ปีนี้ร่วมทำบุญไห้ทานไฟ วันเสนารา อิ่มบุญ อิ่มใจ ประเพณีภาคใต้ สืบสานวัฒนธรรม
สืบสานประเพณีทำบุญให้ทานไฟ การให้ทานไฟ เป็นการทำบุญ ถวายพระภิกษุสงฆ์ เพื่อให้ เกิดความอบอุ่น ในเวลาตอนเช้ามืด ช่วงเดือนฤดูหนาว โดยใช้ลานวัดเป็นที่ก่อกองไฟ ถือเป็นประเพณีที่เก่าแก่และดีงาม น่าศรัทธาที่ถือปฏิบัติต่อกันมาช้านาน  
 

ประวัติความเป็นมาของประเพณีให้ทานไฟ กล่าวถึงเรื่อง ความตระหนี่ถี่เหนียวของโกลิยะเศรษฐี ที่อยากกินขนมเบื้อง แต่เสียดายเงินไม่ยอมซื้อและไม่อยากให้ลูกเมียได้กินด้วย ภรรยาจึงทำขนมเบื้องที่บ้านชั้นเจ็ดให้เศรษฐีได้รับประทานโดยไม่ให้ผู้ใดเห็น ขณะที่สองสามีภรรยากำลังปรุงขนมเบื้อง 
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร ทรงทราบด้วยญาณ จึงโปรดให้พระโมคคัลลานะไปแก้นิสัยของโกลิยะเศรษฐี พระโมคคัคลานะ ตรงไปบนตึกชั้นเจ็ดของคฤหาสน์เศรษฐี เศรษฐีเข้าใจว่าจะมาขอขนม จึงแสดงอาการรังเกียจและออกวาจาขับไล่ แต่พระโมคคัคลานะพยายามทรมานเศรษฐีอยู่นานจนยอมละนิสัยตระหนี่ 

พระโมคคัลลานะได้แสดงธรรมเรื่องประโยชน์ของการให้ จนโกลิยะเศรษฐีและภรรยาเกิดความเลื่อมใส ได้นิมนต์มารับถวายอาหารที่บ้านตน พระโมคคัลลานะแจ้งให้นำไปถวายพระพุทธเจ้าและพระสาวก ๕๐๐ รูป ณ เชตวันมหาวิหาร โกลิยะเศรษฐีและภรรยาได้นำเข้าของเครื่องปรุงไปทำขนมเบื้องถวาย
พระพุทธเจ้าและพระสาวก แต่ปรุงเท่าไหร่แป้งที่เตรียมมาเพียงเล็กน้อยก็ไม่หมด พระพุทธเจ้าจึงโปรดเทศนาสั่งสอน ทั้งสองคนเกิดความปีติอิ่มเอิบในการบริจาคทาน เห็นแจ้งบรรลุธรรมชั้นโสดาบัน

 
ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำ ขนมพื้นบ้าน ประเภท นึ่ง - ทอด - เผา ด้วยเตาไฟ อันจะให้ทั้งความร้อนความอบอุ่น ที่เป็นอาหารไปพร้อมกัน ชาวบ้านจะปรุงขึ้นมาร้อน ๆ ถวายพระสงฆ์ ขณะที่ทำขนมกันไป พระสงฆ์ก็ฉันไปพร้อม ๆ กัน เมื่อพระสงฆ์ฉันอิ่มแล้ว ชาวบ้านจึงร่วมรับประทานกัน อย่างสนุกสนาน หลังจากพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว ก็สวดให้ศีลให้พรแก่ผู้ที่มาทำบุญเป็นอันเสร็จ