วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

 ความเชื่อหรือลางสังหรณ์ ลางบอกเหตุ


ความเชื่อเรื่องโชคลาง ของคนไทยเป็นสิ่งคู่กันมาแต่โบราณกาล นานแล้ว ไม่ว่า จิ้งจกทัก จิ้งจกตกใส่ หรือ นกแสกร้อง อะไรก็แล้วแต่ ทำให้คนเราคิดกันไปได้เป็นคุ้งเป็นแคว ตามแต่ใจจะคิดไป หรือลางสังหรณ์ ของความเชื่อของแต่ละบุคคล

คางคกขึ้นบันได

ค้างคาวเข้าห้อง









ท่านจะทำมาค้าขึ้น มีเงินทองทรัพย์สินบริบูรณ์

ท่านจะมีโชคลาภ

 


เห็นงูเขียวบนเพดาน

 
 เห็นงูเลี้อยขึ้นต้นไม้ 
 เห็นงูลอกคราบทิ้งไว้ในบ้าน

ท่านจะพบกับคนเจ้าเล่ห์ให้ระวังตัว อย่าไว้ใจใคร









จงระวังตัวไว้บ้างอาจมีอันตราย
ท่านจะได้ลาภ
เห็นตะขาบอยู่ใต้ถุนบ้าน

 
ท่านจะมีบุญวาสนา มีอำนาจราชศักดิ์

แร้งบินมาจับต้นไม้ในบ้าน
นกแสกจับรั้วบ้าน
มีนกมาจับที่ยอดจั่วบ้าน
นกตีกันบนหลังคา
เจ้านายจะให้ลาภและอุปถัมภ์ท่าน
ให้ระวังอันตรายจะมาสู่ท่าน
ท่านจะมีความเจริญรุ่งเรือง
เพื่อนจะมาหาและนำลาภมาสู่ท่านจงต้อนรับให้ดี

เห็นตัวเหี้ยใต้ถุนบ้าน ให้เรียกตัวเงินตัวทองแล้วจะมีโชคลาภหมดเคราะห์
หมดโศก

แมวมาอาศัยอยู่ในบ้าน
แมวไล่กันเข้ามาในบ้าน
แมวตัวผู้มาติดแมวตัวเมียในบ้าน

ท่านจะได้ลาภและมีโชค
ท่านจะได้รับข่าวดี
จะประสบกับความสุขสมหวัง

สุนัขจรจัดมาอาศัยอยู่ในบ้าน จงระวังคนพาล
เห็นสุนัขไล่กัดกันเข้ามาในบ้าน ผู้น้อยจะให้คุณแก่ท่าน
เห็นสุนัขหนีเจ้าของวิ่งเข้ามาใน

มดดำเดินเป็นแถวลอดรั้วบ้านเข้า  มา
 ผู้น้อยจะให้คุณแก่ท่าน

ให้ระวังคนมาอยู่ใหม่
ตั๊กแตนกระโดดเข้าห้องนอน

ระวังคนมายุแหย่หาความเดือดร้อนใจให้ท่าน
เห็นแมลงเม่าตอมไฟ ท่านจะได้ข่าวของญาติ
จิ้งเหลนวิ่งเข้าบ้าน ท่านจะสูญลาภ
เห็นกิ้งก่ายืนนิ่งอยู่ใกล้ประตูบ้าน ท่านจะพบกับความสุขสำราญ
ม้าวิ่งเข้ามาในบ้าน

 
ท่านจะมีโชคลาภ
นกกระจอกมาทำรังในบ้าน
นกกระจอกบินไล่กันเข้ามาในบ้าน
ญาติมิตรของท่านจะปรองดองด้วยกันดี
ระวังจะสูญเสียมิตรหรือผิดใจกัน
เห็นหิ่งห้อยเข้ามาในห้องแล้วหายไป     ระวังคนหลอกลวงท่าน ให้ใจคอหนักแน่นไว้
    จะได้ดี


หมาวิ่งไล่แมวเข้ามาในเขตบ้าน ท่านจะพบกับเรื่องยุ่งยากใจ
แมววิ่งไล่หมาเข้ามาในเขตบ้าน ท่านจะพบกับเรื่องเดือดร้อน

เห็นแมลงภู่มาตอมดอกไม้ในบ้าน ท่านจะมีความสุขสำราญ
วัวเข้ามากินหญ้าในเขตบ้าน ระวังเจ้านายจะกินแหนงแคลงใจในตัวท่าน

 

ผึ้งมาทำรังในเขตบ้าน
แตนมาทำรังที่ต้นไม้ในบ้าน
ท่านจะมีลาภและหายจากความทุกข์โศก
เป็นมงคลจะให้คุณกับท่าน
แพะมากินต้นไม้ในบ้าน ระวังจะมีคนหาความและใส่ร้ายท่าน
อึ่งอ่างเข้าครัว ให้ระวังตัว จะได้ไม่ทำอะไรผิดผลาด
เห็นเขียดกระโดดวนเวียนอยู่ในห้อง ให้ระงับอย่าเพิ่งคิดลงทุนทำอะไรในช่วงนี้
เห็นกบกระโดดในลานบ้าน เป็นนิมิตดีการงานจะบังเกิดผลอันดี
ค้างคาวมากินผลไม้ในบ้าน ระวังจะเกิดเรื่องขึ้นในบ้านหรือเกิดกับตัวท่าน
ค้างคาวบินมาแล้วบินกลับทันที เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี



ผีเสื้อเข้าห้องแล้วเกาะนิ่ง จะเกิดสิริมงคลแก่ท่าน
ผีเสื้อเข้าห้องแล้วบินวนเวียน ระวังผู้ร่วมงานของท่านไว้ให้ดี
ผีเสื้อบินมาตอมดอกไม้ในบ้าน ระวังเมื่อจะเดินทาง


เต่าเดินไปมาบนพื้นแล้วหายไป

จงรีบบูชาพระแล้วจะหายจากเคราะห์
ปูเดินตามพื้น ท่านจะโชคดี







ผีเสื้อบินเข้าบ้าน


เป็นความเชื่อหรือเปล่าก็ไม่ทราบ หลังจากวันที่พ่อตาเสียชีวตจัดงานศพอยู่ ไปได้สัก 2-3 วันแล้ว
อยู่ๆ ก็มีผีเสื้อตัวใหญ่มาดบินมาเกาะที่เสาเต็นหน้าบ้าน เราก็นึกในใจว่า สงสัยพ่อกลับมาดูลูกหลาน 
หรือเป็นห่วงอะไรอยู่หรือเปล่า จึงมาเป็นผีเสื้อเกาะเสาบ้านอยู่ 

 
พอกลับไปบ้าน นั่งกินเงาะอยู่ ผีเสื้ออีกตัวก็บินเข้ามาในบ้าน บินไปรอบๆบ้านไม่เล่นไฟ แล้วบินมาเกาะที่เปลือกเงาะที่กินแล้ว เลยแกะให้ 1 ลูก บอกว่ากินเสียให้อิ่มนะ นั่งนึกในใจ สงสัยพ่อกลับบ้านแน่ๆ


อาจเนื่องมาจากความอาลัยในผู้ที่จากไป ประกอบกับมีผู้คนพูดต่อๆกันมาเลยยิ่งทำให้ความเชื่อนี้

ดูเป็นจริงเป็นจัง มากขึ้นแต่ก็ดี เพราะคนที่อยู่ที่บ้านจะรู้สีกดีและคิดไปว่าผู้ที่จากไปกำลังมาลาหรือ
มาหา ก็จะดูแล ผีเสื้อตัวนั้นดีไม่ทำร้าย เป็นเรื่องความละเอียดอ่อนทางใจ หรือความเชื่อส่วนบุคคล
แต่ละคนก็เชื่อไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ก็แล้วแต่จะคิดกันไป และรวบรวมความเชื่อเหล่านี้มาดูกันว่า
คิดกันอย่างไร กับเรื่องผีเสื้อบินเข้าบ้าน และเกาะเสาบ้าน

ความเชื่อ
ผีเสื้อก็เป็นการเกิดจากผู้ที่ตายไปแล้ว วิญญาณอาจจะยังจำที่เก่าได้ ก็บินมา บางทีมีญาติจะมา 
ก็อยากจะมารอรับด้วย แต่พอบินเข้ามา เขาก็ไล่ออกไปบางทีก็โดนเขาตีตาย โดยเขาไม่รู้ว่านั่นคือ
ญาติของเขา อาจจะเป็นพ่อ เป็นแม่ หรือเป็นญาติที่ได้ตายไปแล้ว แล้วอยากจะมาดูลูกๆหลานๆ
เพราะยังมีจิตนิวรณ์อยู่ แต่อนิจจาเขาต้องมาตายด้วยมือลูกหลานแท้ๆของเขา 
นี่แหละพระพุทธองค์จึงสอนไม่ให้ฆ่าสัตว์ เพราะบางทีก็เป็นญาติของตัวเองโดยที่ตัวเองไม่ทราบ 


เป็นความเชื่อที่ของคนจีน 
บอกว่าถ้าเห็นผีเสื้อบินเข้ามาในบ้าน แสดงว่ามีวิญญาณของบรรพบุรุษมาเยี่ยม

เรื่องเล่าให้ฟัง ครั้งหนึ่งกลับจากงานศพอาม่า ปรากฏว่า มีผีเสื้อบินเข้ามาในบ้าน เวลานั้นก็ดึกมากแล้ว ไม่น่าจะเจอผีเสื้อในบ้าน เราก็คิดไปว่า คงเป็นวิญญาณอาม่าตามมา
 
อันนี้เป็นความเชื่อที่ทำให้เราสบายใจ

อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล หรือเรียกว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล จริงหรือไม่จริงก็ไม่ทราบได้ 
เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ แต่การที่เราจะไปมาหาสู่กัน ถ้าเราไม่รู้จักกันเราก็จะไม่ไปมาหาสู่กัน 
คนเรามีความรู้จักคุนเคยกันจึงมีการไปมาหาสู่กัน มันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับผีเสือเลยนี้
มันเป็นธรรมชาติของสัตว์ที่บินไปบินมา เราจะเอามาเป็นความเชื่อไปไม่ได้ (นี่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ)
คุณลองพิจารณาดูนะว่าเป็น เรื่องจริงหรือเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เป็นอยู่ 

ความเชื่อ
คนเราเมื่อเวลาหมดอายุในโลกมนุษย์ ก็จะต้องหาที่เกิดทันที แต่จะไปเกิดเป็นอะไร ก็แล้วแต่บุญกรรมของตนเองที่ทำมา บุญกุศลทำแทนกันไม่ได้ เหมือนการรับประทานอาหาร จะรับประทานแทนกัน
ไม่ได้ฉันนั้นไปเกิดเป็นสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่หนอนเล็กๆ จนเป็นสัตว์ใหญ่เท่าช้าง ถ้าบุญมากพอก็เกิด
เป็นคน ถ้าบุญมากกว่านั้นอีก ก็ไปเกิดเป็นนางฟ้า เทวดา ถ้ากรรมหนักก็ไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย


ความเชื่อ
บางคนห่วงทรัพย์สมบัติ เกิดเป็นคนไม่ได้ เกิดเป็นสัตว์มาเฝ้าสมบัติ หรือตายไปแล้วเป็นผีคอยรักษาสมบัติของตนเอง ไม่ไปผุดไปเกิดก็มากมาย


ความเชื่อ
คือวันก่อน ผมกำลังจะปิดไฟเข้านอน แล้วก็มีผีเสื้อตัวใหญ่สีออกน้ำตาลคล้ำๆ
บินเข้ามาในห้องนอนผม และบินไปบินมา แต่ผมก็ไม่สนใจ

และวันนี้ตอนหัวค่ำก็มีผีเสื้อตัวไม่ใหญ่มากสีออกน้ำตาลคล้ำๆเช่นกัน บินเข้ามาในบ้านอีกแล้ว
ผมก็เอานิ้วไปเตะ มันก็บินหนีไป

ความเชื่อ
ตอนงานศพของพ่อเรา มีผีเสื้อกลางคืนบินมาเกาะที่โลงศพตลอด 3 วัน
บางครั้งเวลาเราเศร้ามากๆ มักจะมีผีเสื้อกกลางคืนบินมาอยู่ใกล้ๆ (แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง)
เรามักแอบคิดว่า พ่อมาหา

ความเชื่อถ้าผีเสื้อสวยๆมาโฉบบินรอบๆใกล้ตัวคุณอย่างผิดสังเกต แสดงว่าในตัวคุณมีของทางเมตตามหานิยม
ติดตัวอยู่

ความเชื่อ
ผี เสื้อ ตรงๆเลย มันคือสื่อ แห่ง วิญญาณ ผู้ล่วงลับ ที่มี อาลัย ต่อคุณ..
หรืออาจจะมาด้วยจุดประสงค์ ใดๆ ก็ได้...แต่ส่วนใหญ่ มาด้วยระลึกถึง....

ผี เสื้อ ...คือ สิ่งอาศัยแห่งผีที่ แวะเวียนมา เพื่อ ทำการระลึกถึง 


ความเชื่อเรื่องสัตว์เข้าบ้าน
ผีเสื้อเข้าห้องแล้วเกาะนิ่งจะเกิดสิริมงคลแก่ท่าน
ผีเสื้อเข้าห้องแล้วบินวนเวียนระวังผู้ร่วมงานของท่านไว้ให้ดี
ผีเสื้อบินมาตอมดอกไม้ในบ้านระวังเมื่อจะเดินทาง


 
ลูกเห็ดทอด
 

รู้จักลูกเห็ดของอร่อยของคนใต้หรือเปล่าค่ะ  เป็นเมนูที่ไม่ค่อยได้ทำทานกันสักเท่าไหร นานๆทำที 
เป็นการถนอมอาหารอีกเมนูหนึ่ง เก็บไว้ได้หลายวัน มันทำในบางโอกาส หรืองานศพ งานแต่งงาน
บางครั้งลูกเห็ด เราทำจากหัวมันสำปะหลังก็ได้เช่นกัน ส่วนผสมก็เหมือนๆกัน เพียงแต่ไม่ต้องใช้แป้งข้าวจ้าว เท่านั้นเอง เป็นการประยุกต์ของใกล้ตัวมาใช้ ยิ่งตอนน้ำท่วมชาวบ้านจะถอนตันมันสัมปะหลังมาต้ม ทำขนม และ ทำลูกเห็ด เพราะน้ำท่วมทำไห้หัวมันเน่าได้ เลยถอนมาใช้ก่อน 
 

ลูกเห็ด ปรุงรสกับเครื่องแกงกะทิทางใต้ แล้วมะพร้าวขูด หรือมันสับปะหลัง ใบมะกรูด ขยำให้เข้ากันแล้วนำมาทอด 

 

ส่วนผสม

1.มะพร้าวขูด         300 กรัม 
2.แป้งข้าวเจ้า        1 ถ้วย 
3.ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ 
4.ตะไคร้               5 ต้น 
5.พริกขี้หนูแห้ง      50-60 เม็ด
6.พริกไทยเม็ด       2 ช้อนชา 
7.ขมิ้นหั่นยาว        2 ซ.ม. 
8.หอมแดง           5 หัว 
9.กระเทียม          2 หัว 
10.ข่า                6 แว่น 
11.กะปิ              2 ช้อนโต๊ะ 
12.เกลือป่น        1 ช้อนชา 
13.น้ำตาลปี๊บ      4 ช้อนชา 
14.น้ำมันสำหรับทอด 3 ถ้วย 

วิธีทำ 
1. โขลกตะไคร้ พริกขี้หนูแห้ง พริกไทย ขมิ้น หอมแดง กระเทียม ข่า ให้ละเอียด 


2. ผสมกะปิ เกลือ และน้ำตาล ลงโขลกตาม เพิ่มเติมเนื้อสัตว์ได้ตามชอบ หรือไม่ใส่ก็ได้
 
3. ใส่มะพร้าวขูดกับมันสัมปะหลัง ลงโขลกจนเข้ากัน (ถ้าไม่มีมันสับปะหลังให้ใช้แป้งข้าวจ้าว)
 แล้วใส่แป้งข้าวเจ้าโขลกลงผสมให้เครื่องทั้งหมดเข้ากันดี




  ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย ใช้ช้อนหรือมือคนให้เข้ากัน


 ปั้นทอดมันเป็นก้อนๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ  พักไว้รอทอด

  4. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อน ลดไฟ หรือใช้ไฟกลาง นำทอดมันลงทอดจนสุก ทั่วดี ตักขึ้น
 ตั้งให้สะเด็นน้ำมัน รับประทานเป็นข้าว ได้อีกเมนู


 
หมายเหตุ ทอดลูกเห็ดเป็นทอดมันของทางภาคใต้ หรือบางครั้งแม่ครัวดัดแปลงโดยใช้แกงหมู
 (เวลามีงานต่างๆที่บ้าน)ค้างคืนล้างให้สะอาด เอาแต่เนื้อ ผสมแป้งนิดหน่อย คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน 
ปั้นแล้วทอด เป็นลูกเห็ดหมู





 

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

แกงพริกกระดูกหมู

 

ส่วนผสม
กระดูกหมู          500 กรัม
น้ำตาลทราย      1 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด          3-4 ใบ
พริกไทยอ่อน     5-10 พวง
น้ำเปล่า            2 ถ้วย

เครื่องแกงพริก ตำเองหรือซื้อเอาก็ได้

มีตะไคร้หั่น 2 ช้อนโต๊ะ      หอมแดง 3 หัว      กระเทียม 1 หัว      ขมิ้นสด 1-2 ช้อนชา
พริกไทย 10 เม็ด    พริกแห้ง 30-50 เม็ด   ข่าหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ     กะปิ    1/2 ช้อนโต๊ะ
ทุกอย่างตำให้ละเอียด แล้วใส่กะปิลงไป ตำให้เข้ากันอีกครั้ง



วิธีทำ
1. กระดูกซี่โครงหมู สับเป็นท่อนๆ ตามพอใจ


 

2. นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องแกง ลงในหม้อ
3. ใส่กระดูกหมูลงไป คนให้ทั่วจนเดือด แล้วหรี่ไฟอ่อน
4. ปรุงรส ด้วยน้ำตาล ชิมรสตามชอบ รอให้สุกดี ใส่พริกอ่อน และใบมะกรูดฉีกลงไป


ตักรับประทาน พร้อมผักเหนาะ ลูกเนียงอ่อน ข้าวสวยร้อนๆ





 วันรับตา - ยาย

 
ไปทำบุญ วันรับตายาย ที่วัดคลองดิน ซึ่งเป็นประเพณีที่ ฉันและคนอื่นๆ ทำสืบทอดกันมาช้านาน


ประเพณี วันทำบุญรับ ตา-ยาย  เป็นประเพณีเก่าแก่ของคนภาคใต้โดยเฉพาะ 
คนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีมาแต่ในครั้งโบราณ นานเท่าไหรก็ไม่รู้ ประเพณีนี้มีความเชื่อว่า  
ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือนสิบของทุกปี พญายม หรือยมโลก จะปล่อยให้คนที่ตายไปแล้ว   
โดยเฉพาะพวกที่ตกอยู่ในนรก เป็นเปรต  ให้ขึ้นมาเยี่ยมลูกหลานในมนุษยโลกได้ ๑๕ วัน   
พอถึงแรม ๑๕ ค่ำ  จึงถูกเรียกกลับให้ไปอยู่ที่เดิม

วันรับตายาย ในวันนี้ลูกหลานต้องไปวัด ถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาวันหนึ่ง บุคคลในครอบครัวควรทำความดี เพื่อให้บรรพบุรุษของเราได้กลับไปด้วยความปลาบปลื้ม เป็นสุข

คนภาคใต้จึงทำพิธีรับบรรพบุรุษใน วันแรม ๑ ค่ำ  เรียกวันรับตายาย   
พอถึงวันแรม ๑๕ ค่ำจึงส่งตายายกลับ เรียกวันส่งตายาย


วันรับตา-ยาย ลูกหลานต้องเตรียมปิ่นโต ข้าวปลาอาหาร หวานคาว ผลไม้ ดอกไม้ ธูปเทียน
ไปถวายพระเพื่อทำบุญให้กับญาติๆ รวมทั้ง ขนมเดือนสิบทั้ง 5 ชนิด มี ขนมพอง ขนมลา ขนมกง  ขนมดีซำ  ขนมบ้า อาหารอื่น ๆ ที่จะให้ตายายเอาไปใช้นั้นให้ลูกหลานทำมาจากน้ำพักน้ำแรงก็ดีกว่า


พิธีการจะเริ่มในตอนเช้า นำอาหารถวายพระ ทำพิธีทางสงฆ์


พร้อมทั้งจัดถาดขนมเดือนสิบ ทั้ง ขนมบ้า ขนมไข่ปลา ยาหนม ขนมพอง ลา ต้ม น้ำ ผลไม้ต่าง ๆ
ใว้สำหรับถวายพระด้วย  ให้พระส่งให้ถึง ตายาย หรือญาติๆ ที่มาจากโลกวิญญาณทั้งหลาย
พอพระฉันข้าวเรียบร้อย ชาวบ้านหรือลูกหลานก็นั่งล้อมวงกันกินข้าว แล้วแยกย้ายกลับบ้านกัน
เสร็จพิธีทางศาสนา



วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558


ลูกเนียงหมาน

ลูกเนียง เป็นไม้ยืนต้น พบทางภาคใต้ มี 3 ชนิดคือ เนียงดาน เนียงข้าว เนียงนก เนียงหูช้าง
และ ลูกนาง นิยมบริโภคกันมากทั้งหมด ส่วนลูกเนียงดาน ช่อหนึ่งมี 10-12 เมล็ด  
ลูกเนียงข้าวจะลูกเล็กกว่า คนใต้นิยมรับประทาน ลูกเนียงอ่อน ปอกเปลือกจิ้มน้ำพริก
หรือรับประทานร่วมกับอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน เช่น แกงส้ม แกงกะทิ ขนมจีน  หรือจะนำมาแกงก็ได้


นอกจากนี้ยังใช้เป็นอาหารหวาน เป็นลูกเนียงต้ม คือนำลูกเนียงมาต้มแล้วจิ้มมะพร้าวคลุกน้ำตาลทราย


ลูกเนียงแก่นำไปเพาะในกระบะทรายให้มีรากอ่อนเรียกว่า ลูกเนียงหมาน
บ้านฉัน เรียกว่าลูกเนียงหมาน แต่กว่าจะมาเป็นลูกเนียงหมาน ต้องให้ลูกเนียงที่แก่ได้ขนาดพอดี
คือไม่อ่อน จนเกินไป ถ้าอ่อนเกินไปจะทำให้ ลูกเนียงเน่าได้

กว่าจะมาเป็น ลูกเนียง ให้ได้เพาะกันต้อง รอให้ถึงฤดูที่ลูกเนียง ลูกนาง และสะตอ เป็นฤดูที่ออกดอกพร้อมๆกัน และเป็นได้เพียงปีละครั้ง ในช่วงฤดูที่เป็นสามารถออกดอก ตอนเข้าพรรษาและเป็นอยู่จนหมดช่วงออกพรรษา หลังจากนั้นก็ เป็นการถนอมลูกเนียงไว้กินต่อไปโดยการ หมานลูกเนียง
ไว้กินได้นานๆ


 
มารู้จัก ต้นลูกเนียงกัน

 
 ดอกเริ่มเป็นตุ่มตา 

จนบานสะพรั่ง

  
 จนเริ่มเป็นพุ่มเป็นพวง เริ่มมีตุ่มตรงกลาง คือเนื้อลูกเนียง

เวลาผ่านไป ก็เริ่มมีเนื้อนิดหน่อย นูนๆ ขึ้นมาจากเปลือก และเปลือกเป็นสีน้ำตาลดำๆ

 เมื่อเวลาผ่านไป ลูกเนียงประมาณนี้ก็กินได้แล้ว เป็นลูกเนียงอ่อน บางคนชอบกิน บางคนไม่ชอบ 

 
ก็แล้วแต่ความพอใจ (ลูกเนียงอ่อนต้องกินทั้งเปลือกด้านใน) จะไม่ทำให้ท้องเสีย

ลูกเนียงเริ่มแก่

  
 เมื่อแก่ดีแล้วก็ สอยลงมาจากต้น

มาเริ่มต้นการ เพาะลูกเนียงหมานกัน

 
นำลูกเนียง แกะออกจากพวง  แล้วแกะเปลือกนอกออก เหลือแต่เม็ดข้างใน

  ถ้าลูกเนียงแก่ดี เนื้อเม็ดจะตึงแข็ง สังเกตุได้ว่าแก่หรืออ่อน ก็ให้ใช้เล็บกดลงไปดู

 
 แกะเปลือกออกให้หมด แล้วนำมารวมกัน


เพาะได้ทั้งทรายและดิน เตรียมทรายใส่ถัง หรือ อะไรก็ได้ ตามสะดวก

นำลกเนียงมาเทใส่รวมกัน

 
แล้วฝังกลบ ให้มิดลูกเนียง หลังจากนั้นให้รดน้ำบ้าง เพื่อให้ลูกเนียงไม่เหนียวและกรอบ

 
รอจนลูกเนียงที่เพาะ เริ่มแตกและงอกหน่อออกมา ก็ขุดมารับประทานได้แล้ว 

ล้างทรายออกให้หมด รับประทานได้

 
ถ้าเพาะนานเกินไป ลูกเนียงจะมีสีเขียว และจะมีแมลงมาไช ที่บ้านเรียกว่า เป็นหร้า เป็นจุดดำๆ
กลิ่นจะหอมมาก แบบกินแล้วต้องรีบแปรงฟันโดยด่วน
นิยมขายกันเป็น ถาดๆ ประมาณ 5 ลูก 20 บาท
  
เวลาจะรับประทาน ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ สะดวกต่อการกิน






ลูกนาง ผิวจะมัน และกินออกมันกว่าลูกเนียง ลูกจะเล็กกว่าด้วย กินสดก็อร่อย

ลูกนางหมาน ก็อร่อยกว่า

 
ผิวลูกนางหมาน จะเรียบ มันวาว กว่าลูกเนียง


ลูกเนียงนก นิยมกินสดๆ รสชาด หวาน มัน กรอบๆ

 
แม้ค้าจะขาย ถาดละ 20 บาทเช่นกัน ยังไม่เพาะ

  
ฝักลูกนาง

ภาพจากอินเตอร์เน็ต
เพาะทั้งฝักก็ได้ หรือจะเพาะ แต่เม็ดก็ได้ เช่นกัน

 ++++++++++++++++++++++++++++
 
ลูกเนียงอ่อน และ แก่กำลังดี 
 
ลูกเนียงดาน เมล็ดจะติดกัน แก่กำลังพอดีหรือพอสู้เล็บ ภาษาใต้ คือใช้เล็บกดลงในเนื้อได้
เปลือกนอกจะหนากว่าเนียงข้าว
 
ลูกเนียงข้าว ผิวเกลียง มีการเว้นระยะ ของลูกเนียง ผลจะกลม เม็ดแก่ขนาดพอกิน

ลูกเนียงข้าว เปลือกจะบางกว่า

  
 ลูกเนียงดาน ผิวจะหยาบ และด้านกว่าลูกเนียงข้าว (ผลยังอ่อน)


ผล และ ผิวเปลือกด้านนอก

 

 ขนาดและสีผิวที่แตกต่างกัน ของลูกเนียง





ลูกเนียง ลูกเหรียง ลูกตอดอง