วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559

  เสาวรส ประโยชน์มากมาย กับผลไม้ชนิดนี้

 
ประโยชน์ของเสาวรสมีนับไม่ถ้วนพอสมควร โดยเฉพาะใครที่อยากลดไขมันในเลือด บำรุงสายตา และผิวพรรณ ไม่ควรพลาดเสาวรสด้วยประการทั้งปวง ทว่าสรรพคุณเสาวรสไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ แต่ยังมีประโยชน์มากมายหลายด้าน เช่น

* อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น
* ดีต่อการขับถ่าย ด้วยความที่มีไฟเบอร์สูง จึงสามารถช่วยขจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว

* ห่างไกลหวัด เพราะเสาวรส 100 กรัม วิตามินซีถึง 30 มิลลิกรัม 
 กินเสาวรสเป็นประจำแล้วจะห่างไกลจากไข้หวัด มีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีแน่นอน

* บำรุงสายตาได้ดี เพราะไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยวิตามินเอเท่านั้น ทว่าเสาวรสยังมีสารฟลาโวนอยด์อย่างเบต้าแคโรทีนและคริบโทแซนทินเบต้า (cryptoxanthin-ß) ซึ่งผ่านการศึกษามาแล้วว่า สารเหล่านี้มีคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่ไปกับวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี

* บำรุงหัวใจและความดันโลหิต เพราะเสาวรสอุดมไปด้วยโพแทสเซียมถึง 384 มิลลิกรัมต่อเสาวรส 100 กรัม ซึ่งโพแทสเซียมมีความสำคัญต่อเซลล์และของเหลวในร่างกายของเรา รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย

* ป้องกันมะเร็งปอดและมะเร็งช่องปาก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์และวิตามินเอมีส่วนช่วยป้องกันความเสี่ยงมะเร็งทั้ง 2 ชนิดนี้ได้


ประโยชน์ของน้ำเสาวรสเด็ดสมคำร่ำลือจริง ๆ และนอกจากผลที่นำมาคั้นน้ำดื่มแล้ว ส่วนอื่น ๆ ของเสาวรสก็นำมากินได้เช่นกัน โดยเฉพาะสรรพคุณด้านสมุนไพรของเสาวรสที่นิยมกินกันตามนี้

 

 ยอด สามารถรับประทานเป็นผักสด แต่จะมีรสขมเล็กน้อย อาจนำมาจิ้มน้ำพริกหรือนำไปแกงยอดเสาวรสก็ได้

เนื้อไม้ ตำรับสมุนไพรใช้เป็นยาควบคุมธาตุ ถอนพิษ และใช้รักษาบาดแผล

ราก แก้ไข้ รักษาผื่นคัน และรักษาโรคกามโรค โดยนำรากไปต้มน้ำ

ใบ นำมาตำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ กินเป็นยาถ่ายพยาธิได้

 ดอก ขับเสมหะ แก้ไอ



ลาบหมู / ไก่  ใครๆก็ทำอร่อยตามใจฉัน

ไปโลตัสท่าศาลามาคะ ลูกๆอยากกินลาบ คุณแม่ยุคใหม่ จัดไปเครื่องปรุงลาบแบบสำเร็จรูป 1 ซอง เลือกๆ ยี่ห้อที่ตัวเองชอบ ลองนำมาทำกินดูประหยัดกว่าซื้อเขากินเยอะ เลย 
แล้วไปเลือก หมู / ไก่ มาทำทดลองกินกัน เมื่อครั้งแรกก็หมู ครั้งที่สอง ก็ไก่ อร่อยไม่แพ้กันเลย เพราะเครื่องปรุงรสเขามีพร้อมเสร็จสรรพในซองเดียว ทั้งข้าวคั่ว รสชาติที่พอดี กะๆเอาตอนแรก ครั้งต่อไปก็ชำนาญเองไม่ต้องพึ่งร้าน

  

สิ่งที่ต้องเตรียม
หมู หรือ ไก่   ประมาณ 1/2 กิโลกรัม
หนังหมูลวก (ไม่มีก็ไม่ต้อง)
พริกขี้หนูสดหั่น  10 เม็ด
หอมแดงซอย 3 หัว
ปรุงเพิ่ม น้ำปลา น้ำตาล เล็กน้อย
สาระแห่ ต้นหอม พริกแดงทอด (ไม่มีก็ไม่ต้องดิ้นรนหา) 

ขั้นตอนการทำ
1. นำเนื้อหมูหรือไก่มาล้างให้สะอาด

 
2. หั่นเป็นชิ้นแล้วสับให้พอหยาบๆ หรือละเอียด ก็ตามใจชอบ พักไว้

 
3. ทำตามซองที่เขียนไว้ เติมน้ำลงในเนื้อหมูหรือไก่ พอประมาณ นำไปตั้งไฟ
 (รอบแรกใส่น้ำไม่มาก เด็กๆจิ้มข้าวเหนียวไม่พอกิน ) รอบนี้เพิ่มน้ำเยอะไปหน่อย แต่อร่อยเหมือนเดิม

 4. รวนเนื้อให้สุกกำลังดี พอออกน้ำหวานๆ (ไม่ใช่ปอบนะคะ) แต่ไม่ทำให้เนื้อแข็งเกินไป กินไม่อร่อย


5. เมื่อเนื้อสุกดีแล้ว ตัดซองเครื่องปรุงลาบ เทใส่ลงในกะละมังที่ใช้รวนเนื้อ ไม่ต้องเทน้ำทิ้ง ทั้งซอง


6. คนให้ส่วนผสมเข้าด้วยกัน (น้ำเยอะไปไหน) ตั้งไฟให้น้ำแห้งสักนิด เดี๋ยวข้าวคั่วจะดูดน้ำให้แห้งลง


 7. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว เติมหอมซอยและพริกสดซอยลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน

 เสร็จแล้ว ใครจะเพิ่มเติมรสชาติก็ได้ตามใจหมาย หรือเพิ่มผัก สำหรับตกแต่งก็ตามใจเรา

 
ครั้งก่อนน้องทำวันพ่อกินกัน เพิ่มเติมเครื่องเคราเสร็จสรรพ อย่างที่ร้านเขาตกแต่ง แต่อย่างที่บอกเราทำตามใจฉัน ไม่ต้องซื้อหาอะไรมาเพิ่มเติม ก็อร่อยได้เหมือนๆกัน (เพราะเด็กไม่กินผักและเผ็ด)

ท้ายสุกก็ นึ่งข้าวเหนียวไว้รอ จิ้มกับลาบ กินให้อร่อย พร้อมผักบุ้งสดๆ หลังบ้าน

 

โรตีสายไหม


เดินเที่ยวงานเกษตรที่วลัยลักษณ์มาคะ เจอบูท โรตีสายไหมจากอยุธยา นั่งทำแป้งเองหม้อเบ้อเร่อ
ทำไปขายไป ขายดีซะด้วย มีสิ่งการันตีที่ด้านหลัง จากรายการต่างๆ เจ้านี้เขาอร่อยที่แป้ง
แป้งจะนุ่มมากตอนไปซื้อ น้องคนที่ทำบอกว่า แป้งพึ่งจะลงจากเครื่องเมื่อกี่นี่เอง
โอ้โห กินแป้งนั่งเครื่องบิน  แป้งเขาจะมีสีเขียว ส่วนสายไหมจะมีหลายสี ทั้งเหลือง ชมพู เขียว


อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ทำสายไหม
ถาด       1 ใบ
เกรียงโป๊สี 1 อัน
กะละมัง 1 ใบ
เตาแก๊ส 1 ใบ
ไม้สำหรับดึง 1 คู่
กะทะอะลูมิเนียม 2 ใบ
ตะหลิว  1 อัน
โต๊ะ 1 ตัว
ปัจจุบันใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ปั่นได้รวดเร็วกว่า
ส่วนผสม
แป้งสาลีตราหัวกวาง 300 กรัม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำมัน 400 กรัม
แบะแซ 200 กรัม


 วิธีทำสายไหม
1. ติดเตาไฟน้อยๆ ใส่น้ำมันลงในกระทะ แล้วใส่แป้งสาลี ใช้ตะหลิวคนให้ทั่ว ตั้งไฟเคี่ยวจนมีสีเหลือง วางถาดสังกะสีบนโต๊ะ ใส่เชื้อที่เคี่ยวแล้วในถาด

2. นำน้ำตาลทราย แบะแซ ใส่กระทะ เติมน้ำลงไป 1 แก้ว นำตั้งไฟ ระหว่างเคี่ยวน้ำตาลกับแบะแซ
ห้ามคนเด็ดขาด ใช้ผ้าจับหูกระทะเขย่า

3. นำกะละมัง 1 ใบเติมน้ำให้เต็มนำกระทะที่เคี่ยวเชื้อลงไปลอยในกะละมัง ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันในเชื้อแล้วนำมาทาไม่สำหรับดึงและกรียง

4. ดูน้ำตาลที่ตั้งไฟไว้ ถ้าน้ำตาลเดือดเป็นฟองเล็กใหญ่ปนกันและเหลืองตรงกลางแล้ว นำมาเทลงในกระทะที่ลอยน้ำไว้ ใช้เกรียงแซะกลับไปกลับมา




 
พอจะเย็นให้เทน้ำตาลลงในถาดเชื้อใช้ไม้สองอันดึงน้ำตาล กลับไปกลับมาจนเป็นเส้นเล็กเท่ากับเส้นผม เสร็จแล้วนำใส่ปี๊บ หรือถุงเป็นสายไหม



ส่วนผสมแป้งห่อสายไหม 
แป้งตราหัวกวาง 1 กิโลกรัม
เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำ  4 1/2  ถ้วยตวง น้ำมัน

วิธีทำแป้งห่อสายไหม
1. นำแป้งสาลี เกลือ น้ำ มาผสมในกะละมังใบใหญ่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 1-3 ชั่วโมง 

2. ก่อไฟ (หรือใช้เตาแก๊ส ) ยกกะทะตั้งไฟ นำน้ำมันทากะทะ แล้วเอาผ้าเช็ดให้ทั่ว รอจนกะทะร้อน

 
3. ใช้มือควักแป้งที่หมักไว้ เต็มมือโปะลงในกะทะแล้วคลึงให้ทั่วเป็นวงกลม แล้วตวัดขึ้นทันที

 
ขณะที่รอให้แป้งสุก มือที่มีแป้งอยู่ก็เขย่าแป้งในมือเบาๆอยู่ตลอดเวลา จนกว่าจะทำอันใหม่
พอสุกใช้เกรียงแซะขึ้น ทำเช่นนี้จนหมดแป้ง เจ้านี้แป้งจะมีสีเดียวคือ สีเขียว สายไหมสิหลากหลายสี


เมื่อจะขายก็ขายเป็นแพ็คคู่ สายไหม 1 ถุง กับแป้ง 1 ถุง

เวลากิน ก็นำแค่นำแป้งมา 1 แผ่น แล้วใส่สายไหมลงในแป้ง นำมาห่อรวมกันแล้วกัดเป็นคำๆไป

 
สูตรนี้เป็นของลุงขาวไขอาชีพ เรียบเรียงโดย บ้านบิวเบสท์

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ถั่วเคลือบช๊อกโกเลต 


เรื่องของถั่วลิสง ที่นำมาทำเป็นของกินเล่น หรือของว่าง ของเด็กและผู้ใหญ่ วันนี้นำวิธีทำถั่วกรอบเคลือบช๊อกโกเลต หรือว่าจะเคลือบ ไมโล โอวันติน หรือกาแฟ อะไรก็แล้วแต่ที่จะนำไปใช้ให้เข้ากันแบบกรอบอร่อย หรือจะนำไปเป็นของฝากของขวัญ หรือขายก็ได้กำไรเห็นๆ พร้อมแพ็คสวยๆ ก็อวยพรกันได้ แถมกินอร่อย


ถั่วลิสงดิบใหม่     1  กิโลกรัม
น้ำ                    6 ถ้วยตวง
งาขาว               100 กรัม
น้ำตาลทราย       1 กิโลกรัม
ซ๊อกโกแลต        1 ช้อนชา
เกลือป่น            1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

1.  ถั่วลิสงแกะเมล็ดล้างน้ำ พักไว้

2. นำกะทะตั้งไฟ นำน้ำ + ซ๊อกโกเลต + น้ำตาลทราย และถั่วลิส ใส่ลงไปเคี่ยวไฟแรง (อย่าคนมากเปลือกถั่วจะลอก) เคี่ยวจนน้ำจวนจะแห้งลดไฟลงคนต่ออย่าหยุด

3. พอน้ำตาลแห้งเป็นทรายทั่วกระทะเร่งไฟให้แรงแต่ไม่ต้องมากน้ำตาลจะเริ่มเยิ้มเคลือบเมล็ดถั่วใส่เกลือลงไปคนให้ทั่ว

4. พอน้ำตาลเคลือบถั่วใส่งาทันที รีบปิดไฟคนงาให้ทั่วแล้วเทใส่ถาดกลางๆ แผ่ถั่วบางๆ  คอยคนสักพักเพื่อให้ถั่วกระจาย พออุ่นๆ บรรจุใส่ขวดโหลหรือถุงพลาสติกปิดให้แน่น เก็บไว้รับประทานได้หลายวัน


หมายเหตุ สีของถั่วจะสวยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการให้ไฟ ถ้าแรงเกินไปสีจะออกมาคล้ำ 
สามารถเปลี่ยนเป็น ไมโล กาแฟ ก็ได้ตามความชอบ หรือจะผสมทั้ง โอวัลตินกับกาแฟ ก็ได้

 
สูตรนี้ของลุงขาวไขอาชีพ  

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ขนมกล้วย
 ในภาพอาจจะมี อาหาร
ขนมกล้วย ที่อร่อยไม่แพ้ขนมใดๆ ขึ้นชื่อว่ากล้วยให้ได้ทุกส่วน ทั้งต้น ทาง ผลและปลี ก็กินได้หมดทุกส่วน ทั้งผลกินดิบ และกินแบบสุกๆ หรือนำมาแกง หรือ ทำขนมหวานอย่างกล้วยบวดชี กล้วยแขก กล้วยหวาน หรือข้าวต้มมัด หรือขนมกล้วยที่เราได้กล่าวถึงอยู่นี่ ล้วนมาจากกล้วยทั้งนั้น



หากท่านกินกล้วยเหลือ หรือซื้อมามากจนกินไม่หมดก็นำมาประยุกต์เป็นขนมต่างๆ ได้แสนอร่อยแบบกล้วยๆ 
 
ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า        2 ถ้วยตวง

กล้วยน้ำวาสุก     20 ผล บดละเอียด
แป้งมัน              1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ          1/2 กิโลกรัม 
เกลือป่น            1/4 ช้อนชา
หัวกะทิ             1/2 ถ้วยตวง 
เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเส้น  1 ผล

 ในภาพอาจจะมี อาหาร

วิธีทำ
1. นำทัพพีมาบดกล้วยให้เละ ผสมกับแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน นวดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว อย่าให้เป็นก้อน ใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น  คนให้เข้ากัน

2. เจียนใบตองให้สำหับห่อวางซ้อนกัน 2 แผ่น ตักส่วนผสมลงไปในใบตองที่เตรียมไว้ 
ห่อแบบขนมใส่ไส้ก็ได้ หรือใส่ถ้วยสำหรับนึ่งขนม หรือแบบขนมเข่งก็ได้


3. จัดใส่รังถึง นำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 30 นาทีหรือจนสุก

ขนมกล้วยนี้จะทานตอนร้อนหรือตอนเย็นก็ได้อร่อยเหมือนกั

ในภาพอาจจะมี อาหาร