แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมพื้นบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมพื้นบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558
ขนมมันสำปะหลังนึ่ง
ขนมมันสำปะหลัง ส่วนมากจะได้ทำก็ตอนที่ฝนตกน้ำจะท่วมเพราะได้เวลาถอนมันสำปะหลังที่ปลูกไว้
ถ้าไม่ถอนก็จะทำให้หัวมันกินไม่ได้ เพราะทำให้เซียวน้ำ (ภาษาใต้) ประมาณว่าหัวมันอมน้ำเอามา
ทำอะไรก็ไม่อร่อย เลยเป็นการแปรรูปหัวมัน เป็นสิ่งต่างๆ เท่าที่ทำได้ เช่นทำขนม แกง ทำลูกเห็ด
ทำอะไรก็ไม่อร่อย เลยเป็นการแปรรูปหัวมัน เป็นสิ่งต่างๆ เท่าที่ทำได้ เช่นทำขนม แกง ทำลูกเห็ด
เชื่อม ต้มเกลือ ก็แล้วแต่จะรังสรรค์กันไปแต่ละบ้าน และที่พลาดไม่ได้คือ ขนมมันนึ่งนี่แหละค่ะ
แต่กว่าจะได้เป็นขนม ต้องเอา มันมาตรูน/ชิด กับที่ตรูน (ตรูนคือการทำให้ละเอียดกว่าไสเป็นเส้น)
เป็นอุปกรณ์ที่ทำขึ้นเอง โดยการนำกระป๋องเบียร์หรือกระป๋องนม มาตอกตะปูให้เป็นรูๆ
ส่วนผสม
มันสำปะหลังปอกเปลือก 1-2 หัว
น้ำตาลทราย 1/2 - 1 กิโลกรัม
ใบตอง รังถึง
วิธีทำ
1. ปอกเปลือกมันให้หมด ล้างให้สะอาดพักไว้
2. นำที่ ตรูนมาแล้วเอาหัวมันมาถูๆๆ จนหมดหัวมัน



3. เมื่อได้มันมาแล้วก็เอามาผสมกับน้ำตาล และเกลือเล็กน้อย ขยำให้เข้ากันดี ไม่ต้องเติมน้ำ

4. เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว เนื้อละเอียดนุ่ม ก็นำมาตักใส่กระทงใบตอง ห่อๆ


5. ตั้งหม้อรังถึง รอให้น้ำเดือด วางรังถึงขนมลงไปนึ่งจนสุก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีแล้วแต่จำนวนขนม เมื่อขนมสุก ยกลง วางไว้ให้เย็น


6. รับประทาน แจก ๆ ขาย ๆ ตามเรื่องตามราวไป เนื้อในขนมนุ่มเนียนใส

ขออภัยภาพไม่ชัด
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558
ขนมฉาวหาย

ขนมฉาวหาย เป็นขนมที่จะนิยมทำกินกันในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เขียนไม่ทราบที่มาของชือขนมนี้ แต่รู้จักมานานแล้ว ตั้งแต่เด็กๆ สงสัยว่าชื่อ ฉาวหาย คงต้องมาจาก เวลาขนมที่ทอด

ในกระทะน้ำมัน ดังฉาว แล้วหายไป เมื่อขนมพองตัวดีแล้ว และเมื่อเคลือบน้ำตาลเสร็จแล้ว
ต้องทิ้งไว้ให้เย็น นิยมกินกันในตอนกลางวัน และเป็นขนมที่นิยมนำมาเป็น ขนมเดือนสิบด้วย
เมื่อก่อนจะทำกินกันในงานบวชนาคเสียส่วนใหญ่ จะมีรสชาด หวานหอม กรอบๆ สีสันสวยงาม
เครื่องปรุง
1. ข้าวเหนียว 6 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
3. น้ำมัน 3 ถ้วย
4. น้ำ 1/2 ถ้วย
5. ใบตอง ถาด
วิธีทำ
1. ข้าวเหนียวแช่ค้างคืน ล้างแล้วโม่ให้ละเอียด นำไปทับให้แห้ง (หรือจะใช้แป้งสำเร็จรูป) ผสมสี
2. นำแป้งมาแผ่บางๆ บนใบตอง หนาประมาณ 1 เซ็นติเมตร นำไปนึ่งให้สุก


ให้สะเด็ดน้ำมัน

เก็บใส่ถุง ปิดให้สนิท จะได้กรอบนานๆ




วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558
เมนูขนมทอดขนมปาดา

เนื่องจากที่บ้านมีงานศพพ่อตา หลานๆ เลยทำขนมป้าดา แจกให้คนมาร่วมงานได้รับประทานกัน
ช่วยๆกันหลายๆ คน กว่าจะเสร็จ ทั้งขยำแป้ง และผัดใส้ เหนื่อยยังไง ก็ปลื้มใจที่คนกินบอก อร่อย
ขนมปาดาที่บ้านฉันเขาเรียกอย่างนี้ เป็นขนมพื้นถิ่น แต่ที่อื่นไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร มีหรือไม่มี
ขนมปะดาหรือปาดา นั้นเป็นขนมที่มีแป้งข้าวเจ้า กล้วยน้ำว้าสุก ขยำเป็นตัวแป้ง
มีใส้มะพร้าวทึนทึกผัดกับพริกแกง ใส่กุ้งนิดหน่อย ออกเผ็ดหน่อยๆ มาดูว่ามีอะไรบ้าง
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิยมเจาะรูกันสักเท่าไหร่ เพราะเจาะไม่ดีไส้ทะลักออกมา ทำให้น้ำมันสีดำเร็ว

ส่วนผสมตัวแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 2 กิโลกรัม
กล้วยน้ำว้าสุก 3-4 หวีเล็กๆ
ส่วนผสมของใส้
มะพร้าวทึนทึกขูด 1 กก.
พริกแกงขนมปาดาเพิ่มเผ็ด พริกไทย 20 บาท (เครื่องน้ำแกงหวานขนมจีน)
น้ำตาลปี๊บ 1/2 กก. น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอด
กะทะ
ไม้แหลมสำหรับเขี่ยขนมในกะทะ
ถ้วย
ผ้าขาวบาง
น้ำเปล่า
วิธีทำสูตรโบราณ
1. นำข้าวสารมาแช่น้ำไว้ประมาณ 2 -3 ชั่วโมง ล้างให้สะอาดประมาณ 2-3 น้ำ พักให้หมาด

2. นำข้าวสารไปโม่เป็นแป้ง แล้วใช้ผ้าขาวบางนำมารับน้ำแป้ง โม่ให้หมดแล้วมัดผ้าให้แน่น
3. นำแป้งไปทับไว้ โดยใช้ของหนักๆ วางทับบนผ้า ประมาณ 4-5 ชั่วโมงให้แป้งแห้งสนิท

4. เมื่อแป้งแห้ง นำกล้วยมาคลึงเบาๆ หรือนำเข้าเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาขยำกับแป้งให้เข้ากันดี เติมผงฟูเพื่อให้พองตัว 1 คืน (กล้วยยิ่งเยอะยิ่งอร่อย)

ทำไส้ขนม
1. นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดด้วยกระต่าย จะได้ไส้ที่ไม่แข็ง ถ้ามะพร้าวแก่ไปไส้จะไม่อร่อย


2.ตั้งกระทะ เติมน้ำ เติมน้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย ตั้งให้เดือด เติมเครื่องแกง และมะพร้าวลงไป
ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือนิดหน่อย เติมกุ้งแห้ง
3. ผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาด โรยด้วยใบมะกรูดอีกนิดหน่อย ก็จะได้ใส้ขนมปาดา เมื่อได้รสชาดที่ถูกใจแล้วก็ยกลงจากเตา รอให้เย็น

ขั้นตอนการทอด

1. นำถ้วยขนมหวานหรือถ้วยตราไก่ มาวางคว่ำเอาท้ายถ้วยเป็นพิมพ์สำหรับแป้งขนม
แล้ววางผ้าขาวบางลงบนท้ายถ้วย ใส่น้ำเล็กน้อย เพื่อไม่ให้แป้งขนมติดผ้า

2. ตักเนื้อแป้งขนมมา 1 ช้อนโต๊ะ หยอดรอบก้นถ้วยตักใส้ใส่ แล้วหยอดแป้งทับรอบวงกลมอีกครั้ง
ดึงชายผ้าม้วนขึ้นให้กลมสวย ใช้นิ้วจิ้ม เจาะเป็นรูตรงกลาง
3.นำกะทะตั้งไฟเติมน้ำมันรอจนน้ำมันเดือด เมื่อน้ำมันเดือด นำแป้งขนมที่เราใส่ใส้ไว้แล้วลงไปทอด ทอดทีละด้านจนสุกพลิกกลับอีกด้าน



5. ทอดจนสุกทั่วกัน วางบนตะแกรงจนสะเด็ดน้ำมัน แล้วรองด้วยกระดาษซับมันอีกชั้น ขาย
กินตามสะบาย
6. ลักษณะสีของขนม ขึ้นอยู่กับตัวแป้ง และกล้วย ถ้ากล้วยสุขมากจะดูเหมือนสีน้ำตาลเคลือบขนม
ถ้ากล้วยพอสุก เนื้อขนมจะเกลี้ยง สีนวลๆ ไม่ฉ่ำเยิ้ม

สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น
(
Atom
)
สังคมออนไลน์ Facebook
บทความน่าสนใจ
-
ฝัน ฝันว่าเท้าเป็นแผลเปื่อยมีน้ำเหลืองทั้งสองเท้า ฝันนี้ ฝันดี หรือฝันร้าย เมื่อคืนฝันไปเป็นสะใภ้นายก เฮ้ยไม่ใช่นิค่ะ แต่ ฝันว่าเท...
-
เริม เริม โรคที่เป็นได้ทุกที่ และสามารถทำให้เราเจ็บปวด อาจมีอาการคัน เจ็บจี้ดๆ ปวดแสบปวดร้อน ที่บริเวณแผล เมือเป็นแล้วสามารถเป็...
-
โรคความดันโลหิต ที่เสี่ยงต่อสุขภาพมาเรียนรู้กัน ปีนี้ ข้าพเจ้าได้สมัครใจเป็นอาสาสมัครของหมู่บ้าน หมู่ที่5 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.น...
-
ปริศนาคำทาย ภาษาใต้ ปริศนาคำทายนั้นมีมากมายหลายอย่าง หลายประเภท ทั้งดี ทั้งสับปดล และสิ่งที่เอาไว้ทายเล่นกับเด็กๆ หรือทดลองเชาว์ปัญญา ข...
-
ผีเสื้อบินเข้าบ้าน เป็นความเชื่อหรือเปล่าก็ไม่ทราบ หลังจากวันที่พ่อตาเสียชีวตจัดงานศพอยู่ ไปได้สัก 2-3 วันแล้ว อยู่ๆ ก็มีผี...
-
ท่านสังเกตสิ่งเหล่านี้ของผิวหนังบ้างหรือไม่ เล่าเรื่องคัน คัน เมื่ีอผิวหนังเป็นด่านแรกๆของร่างกายที่เมื่อได้รับเชื้ออะไรบางอย่างโ...
-
ขนมฉาวหาย ขนมฉาวหาย เป็นขนมที่จะนิยมทำกินกันในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เขียนไม่ทราบที่มาของชือขนมนี้ แต่รู้จักมานานแล้ว...
-
เมนูขนมทอดขนมปาดา เนื่องจากที่บ้านมีงานศพพ่อตา หลานๆ เลยทำขนมป้าดา แจกให้คนมาร่วมงานได้รับประทานกัน ช่วยๆกันหลายๆ คน กว่าจะเสร็จ ท...
-
ขนมโก๋ ไม่รู้ทำไมถึงเรียกอย่างนั้น หรือเป็นจิ๊กโก๋ปากซอยก็ไม่ทราบ แต่คนแก่ๆ กินได้กินดี แถมอยู่พุงด้วยแม่เฒ่าบอก หวานๆ นุ่มๆ หอมๆ อร่อย...
คลังแบบบ้าน
-
►
2018
(
24
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 3 )
-
►
2017
(
83
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 8 )
-
►
2016
(
162
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 11 )
-
►
2015
(
244
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 20 )






