วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ฝัน ฝันค่ะ ได้เช่าตาไข่จากท่านเจ้าอาวาส วัดสโมสร (พระชุมพล) มา 1 องค์ แล้วก็นำไปวางไว้ที่หิ้งพระด้านล่างองค์พระพุทธรูป บอกว่าให้อยู่กับพระนะตาไข่ แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินผ่านมาผ่านไป
ก็ไม่ได้ทักอะไร เพราะว่าตอนแรกไม่คิดว่าจะศัทธาตาไข่สักเท่าไหร เพราะไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนั้น
แต่ที่รับตาไข่มานั้นได้ยินเรื่องราวกล่าวขานมามากนักเกี่ยวกับเรื่องค้าขาย แต่ก็รับตาไข่มา

 

ผ่านไป 4-5 วัน ฝันค่ะว่าไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งขี่รถมาตามถนน แล้วคนขับรถก็แวะที่วัดแห่งหนึ่ง
พอเดินเข้าไปในวัด เจอตาแก่ๆ แต่ตัวเล็กเหมือนเด็กๆ ประมาณ 10-12 ขวบได้ นุ่งขาวห่มขาว
หนวดเครายาว นั่งเล่นรถอยู่ที่หน้าลานวัด เราก็เดินไปทักว่าอะไรแก่แล้วเล่นเหมือนเด็กๆ แกก็หันมามองแล้วตอบว่า มาว่ากูเล่นเป็นเด็ก กูแก่กว่ามึงหลาว หลวงพ่อนุแกเลี้ยงกูมา ให้กูมาอยู่วัด จะให้อะไรก็ให้มาตะ แล้วเราก็ตอบว่าไม่มีอะไรจะให้ แล้วเดินจากไป หันกลับไปมองก็ไม่เห็นแล้ว ตื่นขึ้นมาคิดว่าหรือเราเคยบนบาน อะไรตาไข่หรือว่าเราไม่สนใจหว่า ตั้งแต่นั้นมาก็หยิบตาไข่มาใส่กระเป๋าสตางค์พกพาไปกับเราทุกที่ ไม่ทิ้งไว้ที่บ้าน เมื่อบนได้ตามตั้งใจแล้วก็ไปแก้บน กับน้ำแดง หรือติดทองตามสะดวก แล้วบางครั้งก็บอกตาไข่ว่า ไปขอตางค์ค่าติดให้ที แล้วจะติดทองให้ เมื่อได้ตามประสงค์ ก็ติดทองแต่หุ้มไม่หมด เพราะองค์เล็ก ก็ใส่กรอบไว้ไห้ ตามแบบฉบับ ขอได้ไหว้รับ สาธุ
ความศัทธานั้นมาจากคนใกล้ ไปสู่แดนไกล ต่างประเทศ


ไอ้ไข่มีความเป็นมาเนิ่นนานก่อนที่วัดเจดีย์จะกลับมาเป็นวัดอีกครั้ง หลวงพ่อสนทนาว่า เมื่อก่อนเขาเรียกว่าเด็กวัดเฉยๆ เวลาบนบานสารกล่าวเขามักออกชื่อว่า "ท่านเจ้าวัดและเด็กวัดเจดีย์" คำว่าไอ้ไข่เพิ่งมาเรียกเอาตอนพ่อเที่ยงแกะสลักรูปไม้แล้ว เหตุผลว่า อาจารย์เที่ยงหรือผู้ใหญ่เที่ยงนิมิตว่า
มีเด็กไปบอกให้สร้างรูปเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๒๓ -๒๕๒๔ ในนิมิตเห็นเด็กแก้ผ้าเปลื่อยกายกับพระจีวรสีคล้ำไปยืนให้ เห็นในนิมิต และเอ่ยปากว่าแกะรูปเราให้ที เราจะได้มีที่อาศัยอยู่เป็นหลักแหล่ง 
ตาเที่ยงถามว่าใครหรือนี้ เด็กในนิมิตจึงบอกว่า"เราไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์" ตั้งแต่นั้นมาจึงได้รู้ว่าเด็กวัดนี้ชื่อ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ 


ตำนาน ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์
นายเที่ยงหรือผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์ ฉายาเที่ยงหักเหล็ก ประวัติของท่านคือ จอมมนต์ คนขลัง
นายเที่ยงเป็นปูชยะนีย์บุคคลท้องถิ่น เป็นที่เคารพบูชาของคนและศิษย์ยานุศิษย์ และในครั้งหนึ่ง
นายเที่ยงได้รับการเลือกจากนายอำเภอให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่นายเที่ยงไม่อยากจะเป็นเลยหนีออก
จากบ้านไป เพื่อให้นายอำเภอเลือกตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทน แต่นายอำเภอไม่ยอมเลยจับเอาภรรยาของใหญ่เที่ยงหรือทวดเที่ยง เอาไปเป็นตัวประกัน เพื่อให้นายเที่ยงมาแลกตัว นายเที่ยงเลยยอมมาแลกตัวกับภรรยา และแล้วนายอำเภอลงโทษนายเที่ยงขังตะรางไว้ 3 วัน ในข้อหาหนีราชการ ผู้ใหญ่บ้าน
ในขณะที่อยู่ในตะราง ทั้งอาหารและถูกจำกัดเสรีภาพ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่นายเที่ยวไม่เคยเจอ
ก็เลยฉีกเหล็กห้องขัง ออกมานั่งตากลม เพื่อบรรเทาความร้อน แล้วเข้ากลับไปห้องขังหุบเหล็กกลับไปเช่นเดิม จนครบ ๓ วัน กลับบ้านมารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านจนเกษียณ

ก็ยังมีอีกหลายๆอย่างที่นายเที่ยงได้ทำให้เห็น โดยตามอารมณ์ดีและอารมณ์ขัันๆ เช่นนายเที่ยงได้สร้างบ้านที่อยู่อาศับจึงเดินทางไปซื้อตะปู ที่ตลาดสิชล คือร้านกิ๊มฮ้วย พอไปถึงนายเที่ยงเป็นคนอารมณ์ดี ไปหยิบตะปู เจ๊กิ๊มฮ้วย เลยถามว่าซื้อไปทำอะไร นายเที่ยงว่าจะซื้อเอาไปทำบ้านแต่ซื้อไม่ลงเพราะ
ตะปู นิ่มนวลเหมือนฝักถั่ว เด็ดก็ขาด เจ๊กิ้มฮ้วยหัวเราะ และก็ได้พูดว่ากลับไปกับนายเที่ยงว่าถ้าเด็ดขาด
ช่วยเด็ดให้ดูสักที ถ้าเด็ดขาดจริงๆ ตะปูที่นายเที่ยงซื้อไปสร้างบ้าน เจ๊จะไม่เอาเงินจนจะสร้างบ้านเสร็จ นายเที่ยงยิ้มแล้วก็หัวเราะ แล้วหยิบตะปูขึ้นมาเด็ดให้เจ๊กิ้มฮ้วยดู ซึ่งเป็นที่มา เจ๊กิ๊มฮ้วยต้องเสียตะปูให้นายเที่ยงไป

แต่จริงๆแล้ว นายเที่ยงเมื่อตอนเด็กรุ่นๆ นายเที่ยงบอกเล่าลูกหลานให้คนใกล้ชิดฟังว่า เมื่อก่อนท่านเป็น
คนจิตใจอ่อน ขี้กลัว ตกใจ ไม่สมกับเป็นผู้ชาย ครั้งสุดท้ายที่น้อยใจตัวเองและอาย ซึ่งนายเที่ยงได้เล่นกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน แต่เพื่อนได้แกล้งนายเที่ยงหลอกผี ทำให้นายเที่ยงตกใจ และกลัวมาก
เป็นที่อายเพื่อนๆที่เป็นผู้ชายด้วยกัน ซึ่งเป็นที่มาให้หนีออกจากบ้าน ไปหลายสิบปี จนเป็นที่กล่าวขานว่าเสียชีวิตไปแล้ว และตอนหลังนายเที่ยงเดินทางกลัมมาบ้าน ซึ่งมีวิชาอาคม สรรพศาสน์มากมายได้มาใช้ช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้าน และได้ถ่ายทอดตำหรับวิชาสู่ลูกหลาน และลูกศิษย์ นายเที่ยงได้มีฝีมือในด้านศิลปะ ในการแกละสลักไม้ซึ่งเป็นสุดยอดฝีมือในขระนั้นและแกะสลักรูป ฤาษี (พ่อแก่) ให้ลูกๆหลานๆ ลูกศิษย์ไว้เคารพบูชา ซึ่งเป็นที่รักและหวงแหนของลูกหลาน และศิษย์กันมากภายหลังปี๒๕๒๕ ได้แกะสลักไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ จากไม้ตะเคียนคู่ (สองพี่น้อง) และอันเชิญจิต วิญญาณไอ้ไข่มาสถิตย์
ในรูปแกะสลัก แล้วประดิษฐานไว้ที่วัดเจดีย์ เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้กราบไหว้สักการะและได้เป็นเจ้าพิธี
ฝ่ายฆาราวาส พร้อมด้วย พระครูเจติยาภิรักษ์ (พ่อท่านเทิ่ม) เจ้าพิธีฝ่ายสงฆ์ สร้างเหรียญไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์รุ่นแรก ปี ๒๕๒๖ เพื่อให้ผู้มีจิตศัทธาได้นำไปบูชา

ข้อมูลจากเฟส แก้ว จิปาถะ ด้วยความศัทธาจากบ้านบิวเบสท์เรียบเรียง

ไอ้ไข่  วัดเจดีย์  หรือ  ตาไขวัดเจดีย์  เป็นรูปไม้แกะสลักเป็นรูปเด็กอายุประมาณ  9 – 10  ขวบ   
สวมชุดลายพรางทหารสวมแว่นตาดำ ซึ่งมาจากสิ่งของที่ชาวบ้านที่นับถือศรัทธานำมาถวายแก้บน  สังเกตบริเวณปากทางเข้าวัดจะมีรูปปั้นไก่ชนจำนนวนมากวางอยู่บริเวณใกล้กับปากทางเข้าวัดและใกล้ๆกันมีร่องรอยการจุดประทัด เศษชิ้นส่วนของประทัดกองอยู่เป็นเนินสูงและมีผู้คนเข้าออกมาไหว้พระและต่อด้วยไหว้แก้บนกับรูปแกะสลักไอ้ไข่    จุดประทัดกันอยู่เนื่องๆ  นั้นคงแสดงถึงเหตุผล  หรือความเชื่ออะไรบ้างอย่าง  


         
นาย เรียม    ผิวล้วน  ชาวบ้านอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับวัดเล่าให้ฟังว่า   วัดเจดีย์เมื่อก่อนเป็นวัดที่รกร้างมาประมาณ ๑๐๐๐  ปี  แล้ว ได้บูรณะใหม่เมื่อปี่  .. ๒๕๐๐  ซึ่งที่ ที่กำลังก่อสร้างอุโบสถอยู่นั้นเมื่อก่อนเป็นเจดีย์รกร้างชาวบ้านไม่กล้าเข้าไป
ส่วนประวัติของ  ไอ้ไข่  วัดเจดีย์   หรือ  ตาไข่วัดเจดีย์   ทำไมถึงเรียกเชื่อแตกต่างกัน ได้รับคำตอบว่าเมื่อพิจารณาอายุของไอ้ไข่แล้วอายุหลายปีแล้ว  ชาวบ้านเชื่อว่าคงไม่เหมาะสมที่ลูกหลาน  เด็กรุ่นใหม่จะเรียก ไอ้ไข่สมควรเรียกตาไข่”  ซึ่งน่าจะเหมาะสมกว่า
 
มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่า สถานที่ตั้งวัดเจดีย์ปัจจุบันนั้นเมื่อก่อนได้มี หลวงปู่ทวดซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ดังสายปักษ์ใต้ได้มาปักกรด เดินธุดงค์ อยู่บริเวณนั้น ส่วนไอ้ไข่ นั้นเชื่อว่าเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ  ๙ -๑๐  ขวบเป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด  เมื่อหลวงปู่ทวดมาถึงสถานที่ดังกล่าวกลับพบว่ามีทรัพย์สมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมากซึ่งได้ให้ ไอ้ไข่  สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว ที่นั้น  และหมู่บ้านนั้นภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น หมู่บ้านโพธิ์เสด็จ”  จวบเท่าปัจจุบัน
 
หลังจากปี  .. ๒๕๐๐    ผู้ใดที่เข้ามานอนพักข้างแรมภายในบริเวณวัดเจดีย์ถ้าไม่เอ่ยชื่อ หรือบอกกล่าวหรือขอขมาต่อไอ้ไข่แล้ว จะนอนไม่ได้  มีการก่อกวนทั้งคืนเช่น  เมื่อทำท่าจะหลับจะมีเด็กเอามือมาตีศรีษะบ้าง ดึงขา ดึงแขนบ้าง ก่อกวน ตามประสาแบบเด็กๆทั้งคืน
 
เมื่อปี..๒๕๒๖ พ่อท่านเทิ่ม  ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์ในขณะนั้นได้จัดสร้างเหรียญบูชาไอ้ไข่ เป็นรุ่นแรก พร้อมกับพัฒนาวัดเรื่อยมาแต่ในพื้นที่ขณะนั้นยังเป็นพื้นที่สีชมพูคือยังมีความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทางราชการจึงส่งทหารพรานประมาณหนึ่งกองร้อยมาตั้งฐานปฏิบัติการ
ชั่วคราวที่วัดเจดีย์ ซึ่งก็ปรากฏการณ์เช่นเดียวกันคือเมื่อทหารกำลังหลับรู้สึกว่ามีเด็กมาดึงขาบ้าง 
ดึงแขนบ้าง เอาปืนตีศรีษะบ้าง ผลักปืนให้ล้มบ้าง จนไม่ได้นอนทั้งคืน เมื่อรุ่งเช้าทหารพรานชุดดังกล่าวจึงได้ไปสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้ๆกับวัดเจดีย์พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ฟังชาวบ้านฟังชาวบ้านละแวกนั้นรู้เรื่องราว และเกียติศักดิ์ของไอ้ไข่เป็นอย่างดีจึงได้บอกวิธีการแก้ไข คือ ก่อนกินข้าวหุงเตรียมอาหารต้องเอ่ยถึง ไอ้ไข่ซึ่งสถิตอยู่ ที่นั้นด้วย หลังจากเมื่อทหารพรานชุดดังกล่าวได้ทำตามที่ชาวบ้านแนะนำแล้วคืนต่อมาก็ นอนหลับพักผ่อนกันอย่างสบายเนื้อและสบายใจปราศจากการรบกวนของเด็ก
          
 
ซึ่งลุงเรียม  ยังกล่าวเน้นคำว่า สัตย์จะ เป็นเรื่องสำคัญมากเท่าที่ประสบและเจอมาเมื่อบ่นบานศาลกล่าวอะไร ก็ต้องนำสิ่งของนั้นมาแก้บนด้วย แล้วลุงก็ตอบอย่างมั่นใจว่า ขอให้ไหว้รับแน่นอน
ของถวายเช่น น้ำแดง ธนู ไข่ ประทัด รถเด็กเล่น เครื่องบิน ปืน ไก่ ฯลฯ ตามศัทธา
 

ตาไข่ หรือไอ้ไข่ ที่นิยมบูชา และพระคู่วัดเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังรูป ไอ้ไข่
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
อิติ อิติ กุมาระไข่ เด็กวัดเจดีย์ จะ มะหาเถโร ลาภะลาภา ภะวันตุเม ฯ 

สำหรับคาถาที่ต้องการเพื่อนำไปสวดภาวนาควบคู่กับการเรียกไอ้ไข่ หรือการบูชาสักการะทุกๆครั้ง
( หมายเหตุ: ถ้าเอาแบบตนถนัดไม่ต้องท่องก็ได้เช่นเดิม และ จะ มะหาเถโร ที่เติมไปด้วย อันนี้หมายถึงตาไข่)

 
พ่อท่านเจ้าวัดและเด็กวัดเจดีย์ สิ่งที่เอยนามคู่กันมาตั้งแต่โบราณนี้คือสิ่งที่เป็นประกาศิตมาจนถึง ปัจจุบัน จากหุ่นไม้ที่ อ.เที่ยงหักเหล็ก ได้แกะสลักขึ้นองค์ไอ้ไข่และทุกครั้งที่สร้างไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์
ก็ต้องขออนุญาตจากพ่อท่านเจ้าวัดและขาดไม่ได้ที่ทางวัดโดยเจ้าอาวาสหรือเจ้า พิธีจะต้องขออนุญาตประกอบพิธีและโยงสายมงคลมาจากองค์หลวงพ่อท่านเจ้าวัดทุก ครั้ง โดยทางวัดเจดีย์มีการกระทำปฏิบัติมาอย่างนี้โดยตลอดและห้ามลืมโดยเด็ดขาด แม้ครั้งหล่อปี ๔๖ รุ่นแรกเจ้าอาวาสองค์ใหม่ก็โดนไอ้ไข่ให้นิมิตเตือนและบอกความสำคัญถึงสิ่ง ที่ต้องกระทำทุกๆครั้งไป ทางวัดจึงเห็นควรบอกกล่าวแก่
ผู้ที่เคารพและสักการะบูชาทุกท่านว่า ไม่ควรที่จะละเลยต่อการกราบและบอกหลวงพ่อท่านเจ้าวัด
ทุกครั้ง ก่อนไปไหว้ไอ้ไข่ เปรียบเสมือนการขออนุญาตเพื่อขอบนหรือนำเด็กวัดไปบูชาทุกครั้ง
 "ประกาศิตท่านเจ้าวัดกับการบูชาไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์"

มีการแต่งเพลงให้ด้วย






0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น