วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

น้ำพริกปลาดุกย่าง



ส่วนผสม
                              ปลาดุกย่างแกะเนื้อ                      50 กรัม
                              พริกขี้หนูสีแดง                            3 เม็ด
                              หอมแดง                                    4-5 หัว
                              กระเทียม                                    3-4 กลียบ
                              น้ำมะนาว                                    2 ช้อนโต๊ะ
                              น้ำปลา                                        1 ช้อนโต๊ะ
                              น้ำเปล่า หรือน้ำซุป                       1-2 ช้อนโต๊ะ
                              ผักลวก เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือ บวบ


วิธีทำ
เผาพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียมให้สุก โขลกหยาบๆ ใส่เนื้อปลาโขลกให้เข้ากัน 
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว เติมน้ำหรือน้ำซุป พอขลุกขลิก  


เสิร์ฟคู่ผักลวก



ใ้ห้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

กุ้งนึ่งซีอิ๊ว


ส่วนผสม 

                                     กุ้งนางหรือกุ้งซีแฮ้ ตัวโต 150 กรัม   10  ตัว
                                     ซีอิ๊วขาว   3.1/2  ช้อนโต๊ะ
                                     น้ำมันงา 6.1/2  ช้อนชา
                                     ขิงสับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
                                     ต้นหอมซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
                                     พริกไทยป่น ผักชีโรยหน้า


วิธีทำ
ผ่าหลังกุ้งทั้งเปลือก แบะออก ดึงเส้นดำออก วางกุ้งในจาน โรยพริกไทยป่น ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา ขิงสับ นำไปนึ่ง 5-6 นาที พอสุกยกลง โรยต้นหอมซอย เสิร์ฟตอนร้อนๆ 

ให้พลังงาน 300 กิโลแคลอรี

อาหารล้างลำไส้



  
เพราะลำไส้คนเราเป็นท่อขนาดยาวประมาณ 9 เมตร ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากกระเพาะมาย่อยอีกครั้ง ซึ้งระหว่างทางมีการดูดซึมสารอาหารสำคัญผ่านลำไส้เล็ก ก่อนส่งไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะดูดน้ำและสารอาหารบางส่วนกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ก่อนขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย


นายแพทย์ ฮิโรมิ ซินยะ แพทย์ชาวญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารยันยันเรื่องนี่้ พร้อมหลักฐานภาพถ่ายลำไส้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาหารมีผลต่อลำไส้และสุขภาพ

คือภาพลำไส้ในอุดมคติ มีลักษณะสะอาด ไม่มีเศษอาหาร เห็นเส้นเลือดฝอนชัดเจนบริเวณรอบผนังลำไส้ ผิวลำไส้ รียบลื่น คล้ายกับผู้กิน อาหารมังสวิรัติ


ภาพต่อมา ผู้ที่ชอบกินอาหารประเภท เนื้อสัตว์ อาหารไขมันสูง ไม่กินผักและผลไม้ 


พบว่ามีคราบไขมันข้นหนืดสีเหลือง เคลือผนังลำไส้จนมองไม่เห็นเส้นเลือดฝอยรอบผนังลำไส้

                                

ระบบการย่อยและดูดซึมอาหารอยู่ในสภาพย่ำแย่ ทำให้เจ้าของลำไส้มีสารพัดโรครุมเร้า 
เสี่ยงจะเป็นมะเร็งลำไส้ได้

แม้ลำไส้จะมีไขมันเยอะและของเสียมาก แต่ นายแพทย์ฮิโรมิ ก็ให้ความมั่นใจว่า 
ทุกคนสามารถถมีลำไส้สะอาดและลดการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้

สิ่งแรกคือ การขับถ่ายของเสีย ควรดื่มน้ำตลอดวัน อย่างน้อย วันละ 2 ลิตร เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
กินอาหารที่กระตุ้นการขับถ่าย เช่น ผลไม้ต่างๆ ลูกพรุน มะละกอสุก กล้วยน้ำว้าสุก เน้นอาหารที่มีกากใย


อาหารที่มีกากใยไม่ละลายน้ำสูง เช่น ข้าวสาลี รำข้าวสาลี ข้าวกล้อง ข้าวโพด  ถั่วเปลือกแข็ง บวบ ขึ้นฉ่าย บรอกโคลี กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ แครอต แตงกวา ผักใบสีเขียวเข้ม

 

หรือผักตามท้องตลาด ที่ชาวบ้านปลูกเอง เช่น ผักหวานป่า ยอดมะระขี้นก หรือ ตำลึง และอีกมากมาย
การกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่สามารถช่วยล้างลำไส้ได้
กระทรวงเกษตร ประเทศสหรัฐอเมริกา และกรมบริการสุขภาพและมนุษย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงแนะนำการกินล้างลำไส้เพื่อขจัดสารพิษผ่านการขับถ่าย ดังนี้

1. กินผลไม้วันละ 2-4 ส่วน โดย 1 ส่วนเท่ากับผลไม้ขนาดเท่าส้มผลกลาง 1 ผล 
   ขนาดเท่าฝร้่งผลกลาง 1/2 ผล หรือผลไม้หั่นชิ้น 8-12 ชิ้น/คำ เช่น สับปะรด มะละกอ

 





2. กินผักวันละ 3-5 ส่วน โดย 1 ส่วนเท่ากับผักสุก 1/2 ถ้วยตวง หรือผักดิบ 1ถ้วยตวง


3. กินธัญพืชไม่ขัดสี วันละ 6-11 ส่วน โดย 1 ส่วนเท่ากับ ข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ต 1 ทัพพี




เริ่มกินปรับเปลื่่ียนอาหารต่อเนื่อง 2 สัปดาห์จะช่วยให้ลำไส้สะอาด สามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดี ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ลดความเสีี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้  ตัวจะเบา สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ขึ้น

ข้อมูลดีๆ นิตยสารชีวจิต เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558


ไขมันกับเบาหวาน

เนื่องจากที่คนเราต้องทำกับข้าวกินกันในครอบครัว น้ำมันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำครัว 
ไม่ว่าจะผัด ทอด  ก็ต้องใช้น้ำมันทั้งสิ้น แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน ต้องใช้น้ำมันอย่างระมัดระวังสักนิด คือต้องมี น้ำมัน 4 ส่วนหรือ 4 ช้อนชา สำหรับผัดผัก ใช้น้ำมันน้อยๆ  ใช้ 2 มื้อ /วัน หรือทอดไข่





กลุ่มที่ ไขมัน ส่วน มีไขมัน กรัม ให้พลังงาน 45 กิโลแคลอรี 
ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำ น้ำมันถั่วลิสง และน้ำมันปาล์มโอเลอีน แทนน้ำมันหมูในการประกอบอาหาร นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทอด แป้งอบที่มีเนยมาก 
(Bakery Products) และอาหารที่มีกะทิเป็นประจำ 


กลุ่มไขมันต่างๆ
      น้ำมันพืช/น้ำมันหมู ช้อนชาเนย ช้อนชากะทิ ช้อนโต๊ะ      มายองเนส ช้อนชา,
      เบคอนทอด ชิ้นครีมเทียม 4 ช้อนชา
      
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดถั่วลิสง 20 เมล็ด
      
น้ำนมไขมันเต็ม 240 มล. มีไขมัน กรัม ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี
      
น้ำนมพร่องมันเนย 240 มล. มีไขมัน กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี
      
น้ำนมไม่มีไขมัน 240 มล. มีไขมันน้อยมาก ให้พลังงาน 90 กิโลแคลอรี

      
โยเกิร์ตชนิดครีมไม่ปรุงแต่งรส 240 มล. ปริมาณพลังงานขึ้นกับชนิดของนมที่นำมาทำโยเกิร์ต 
ถ้าใช้ไขมันเต็ม จะให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี เท่ากับน้ำนม

      
น้ำมันทั้งพืชและสัตว์ให้พลังงานเท่ากัน แต่น้ำมันพืชไม่มีคอเลสเตอรอล สำหรับน้ำมันมะพร้าวและกะทิ 
มีกรดไขมันอิ่มตัวจำนวนมาก ทำให้มีการสร้างคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น

   เพื่อสุขภาพดี ควรควบคุมดูแลอาหาร หรือปรึกษา ผู้ดูแล

 แพทย์ / นักโภชนาการ
* ให้คำแนะนำ ว่าได้รับพลังงานจากอาหารแต่ละหมวด แต่ละวันกี่กิโลแคลอรีและปริมาณอาหารที่รับประทานได้ที่ใกล้เคียง

 คนในครอบครัว
* ให้กำลังใจ เข้าใจ และให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ โดยพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผู้เป็นเบาหวานชอบ หรือ ให้น้อยลงกว่าเดิม หรือให้ลองดูแบบอื่นๆ บ้าง

นมกับเบาหวาน



การดูแลด้านอาหาร เมื่อเป็นเบาหวาน สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของอาหารต่างๆ
 แต่ไม่ถึงกับต้องเครียดนะค่ะ แค่หลีกเลืี่ยงหรือปฎิบัติตามคำสั่งของแพทย์หรือหนังสือที่อ่านแล้วเห็น
ว่าดีมีคนที่ใช้ได้ผลก็สามารถนำมาปรับเปลืี่ยนกับตัวเราเองได้ เพราะอาหารมีผลโดยตรงต่อระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งโรคแทรกซ้อนที่เกี่่ยวข้องกับปริมาณไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์และคอเลสเตอรอล 
ที่ได้รับจากอาหาร และเพื่อควบคุมระดับนำ้ตาลในเลือด ลด หรือ ชะลอ ที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ  ข้อมูลจากหนังสือสำนักพิมพ์แม่บ้าน


กลุ่มที่ น้ำนม ส่วนมีโปรตีน กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม จำนวนพลังงานแตกต่างกันตาม
ปริมาณไขมันในน้ำนมชนิดนั้นๆ 

ซึ่งน้ำนม 1 ส่วน มีปริมาณแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในนมแต่ละชนิด และให้พลังงานแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับสารอาหารไขมันที่อยู่ในน้ำนม
ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงนมปรุงแต่งรส โยเกิร์ตชนิดครีมปรุงแต่งรสนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม 
เพราะนมเหล่านี้มีการเติมน้ำตาลหรือน้ำหวาน ควรเลือกดื่มน้ำนมพร่องมันเนย น้ำนมไม่มีไขมัน

ชนิดของนม               ปริมาณ 1 ส่วน             น้ำนมที่ควรงด
นำ้นมธรรมดา               240 มล.                    น้ำนมทุกชนิดที่ใส่น้ำตาลรวมทั้งนมข้นหวาน

น้ำนมพร่องมันเนย           240 มล.                     รวมทั้งนมข้นหวาน

น้ำนมขาดมันเนย             240 มล.                    ไม่ควรดื่มน้ำนมไขมันเต็ม เป็นประจำ 
 
น้ำนมระเหย                       120  มล.                  เพราะมีคอเลสเตอรอล  และกรดไขมันอิ่มตัวสูง
นมผง                            35 กรัม
โยเกิร์ต                               240 มล.                     






   ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานน้ำหวานหรือขนมหวานได้หรือไม่ 

     
 น้ำหวานทั้งชนิดอัดลมและไม่อัดลม น้ำหวานเข้มข้นผสมน้ำ ลูกอมชนิดต่างๆ เหล่านี้มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆ นอกจากน้ำตาล ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นรวดเร็ว ยกเว้นเมื่อผู้ป่วยเบาหวานมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ เริ่มรู้สึกหิวจัด เวียนหัว ตาลาย ควรดื่มน้ำหวานประมาณ ½ -1 แก้ว




















ทางที่ดี เมื่อรู้สึกหิวก็หาอะไรมารับประทานก่อน เช่น ธัญญาพืชอบแห้งที่ไม่หวาน


ภาพจากอินเตอร์เน็ต เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์
ผลไม้กับโรคเบาหวาน


กลุ่มที่ ผลไม้ ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี 

 ชมพู่ ผล  แตงโม 10 ชิ้นขนาดพอดีคำ 

 ฝรั่ง ½  ผล

 เงาะ 4-5 ผล

มะละกอสุก ชิ้นขนาดพอดีคำ


แอปเปิ้ล ผลเล็ก

มะเฟือง 1-2 ผล ขนาดกลาง


ส้มโอ 3-4 ชิ้น

ผลไม้ชนิดต่างๆ  10 ชิ้น

 น้ำผลไม้ 1/3 ถ้วยตวง

ยำผลไม้ 1 จานเล็ก

ส้ม ผล (2 ½ นิ้ว)

   กล้วยน้ำว้า ผล


   มะม่วงอกร่อง ½ ผล

 กล้วยหอม ½ ผล


ลองกอง 10 ผล
                                            
            

     
ผลไม้ทุกชนิดมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ถึงแม้จะมีใยอาหาร แต่หากรับประทานมากกว่าปริมาณที่กำหนด 
จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานผลไม้ ชนิดต่อมื้อ วันละ 2-3 ครั้ง
หลังอาหาร ควรหลีกเลี่ยงผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน ละมุด หรือผลไม้ตากแห้ง ผลไม้กวน ผลไม้เชื่อม 
ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กระป๋อง การรับประทานผลไม้ครั้งละมากๆ แม้จะเป็นผลไม้ที่ไม่หวาน 
ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ 

เลือกที่จะกินแบบที่่สุขดี ก็ต้องเลือกอย่างเหมาะสมนะค่ะ

เบาหวานกับผักชนิดต่างๆ


กลุ่มที่ 2 ผักชนิดต่างๆ 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 2 กรัม 
ให้พลังงาน 25 กิโลแคลอรี 


                                     แครอท, ฟักทอง, ข้าวโพดอ่อน ½ ถ้วยตวง
                                     ผักคะน้า,บร็อกโคลี ½ ถ้วยตวง
                                     ถั่วแขก,ถั่วลันเตา,ถั่วฝักยาว ½ ถ้วยตวง


                                     น้ำมะเขือเทศ,น้ำแครอท ½ ถ้วยตวง
 อาหารกลุ่มนี้มีวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารมาก ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานให้มากขึ้นในทุกมื้ออาหาร โดยเฉพาะผักใบสีเขียวสดหรือสุก รับประทานได้ตามต้องการ ถ้านำผักมาคั้นเป็นน้ำ ควรรับประทานกากด้วยเพื่อ
จะได้ใยอาหาร ใยอาหารจะช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันในอาหารทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดลดลง 
ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานผักวันละ 2-3 ถ้วยตวง ทั้งผักสดและผักสุก