วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีสีและดอกโดดเด่นตามสายพันธุ์นั้นๆ มีการขนามนามไห้ดอกกุหลาบว่า "ราชินีแห่งดอกไม้" "ดอกไม้แห่งความรัก"
ด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์และสีสันอันสดใสงดงาม ในตัวของดอกกุหลาบ จึงมีผู้คนนำไปปลูกไว้เป็นไม้ประดับ เพื่อยลโฉมความงดงามและหลงไหลในดอกและสีของกุหลาบ และมักพบกุหลาบที่ประดับตกแต่ง สถานที่ ห้างร้าน โรงแรม งานมงคลต่างๆ ปักแจกันบนโต๊ะ
"กุหลาบแดง" เป็นกุหลาบในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทล์ ทุกๆปีหนุ่มสาวมักมอบดอกกุหลาบแดงไห้เป็นสิ่งของที่สื่อถึงความรักของกันและกัน
กุหลาบนอกจากปลูกเพื่อประดับตกแต่ง สถานที่่ บ้านเรือนแล้ว ยังมีการปลูกกุหลาบเชิงพาณิชย์ เพื่อตัดดอกจำหน่ายเป็นรายได้ไห้ผู้ปลูกได้ดี ทั้งนำไปต่อยอดสกัดเป็นน้ำหอมและทำสปา
กุหลาบ คือดอกไม้ในสกุล Rose ในวงค์ Rosaceae จำแนกตามการเจริญเติบโต ขนาดดอก สี ความสูงของต้น ทางการค้าจัดกุหลาบเป็น 5 ประเภทดังนี้
กุหลาบดอกใหญ่ คือกุหลาบก้านยาว ดอกใหญ ดูแลรักษายาก ประเภทกุหลาบไฮบริด
กุหลาบดอกกลาง คือกุหลาบก้านขนาดกลาง เป็นกุหลาบชนิดใหม่ ไห้ผลผลิตสูง
กุหลาบดอกเล็ก คือกุหลาบก้านสั้น เป็นกุหลาบที่นิยมปลูก ไห้ผลผลิตสูง เป็นกุหลาบ Floribunda
กุหลาบช่อ คือกุหลาบชนิดใหม่ ก้านยาว ไห้ผลผลิตต่ำ
กุหลาบหนู คือกุหลาบขนาดเล็ก ทรงพุ่ม ดอกขนาดเล็ก
ข้อมูลบางส่วนจาก https://th.wikipedia.org/wiki
วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
ว่าวควายภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช
ว่าวควาย เป็นศิลปะพื้นเมือง ศิลปะบนท้องฟ้าที่สวยงาม ศิลปะพื้นถิ่นตั้งแต่ครั้งอดีต หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ย่างเข้าเดือนเมษายน จะมีลมทะเลพัดขึ้นบก เรียกว่า"ลมว่าว" เมื่อถึงฤดูการเล่นว่าว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็นำว่าวมาประชันกัน ทั้งความสวยงามของว่าวและความสูงของว่าวที่ขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า ความสุขใจแบบคนชนบทที่คนในเมืองไม่พบเจอ
ชาวบ้านรุ่นปู่ย่า ตายาย มักจะทำว่าวไห้ลูกหลานเล่น หรือนัดแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน เพื่อดูว่าว่าวใครตัวใหญ่กว่า หรือว่าวใครขึ้นสูงกว่า เรียกว่า "ว่าวติดลมบน" หรือว่าวลู่ลมส่ายไปมาบนท้องฟ้าสีคราม
ปัจจุบันยังมีผู้คนเล่นว่าวกันไม่มากนัก และมีคนทำว่าวน้อยลงไป มีว่าวที่ทำจากโรงงานขายมากขึ้น การแข่งขันมีเฉพาะบางพื้นที่ การชักว่าวหรือเล่นว่าวของคนภาคใต้ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนเฒ่าคนแก่ที่นำไม้ไผ่มาประดิษฐ์เป็นของเล่นไห้ลูกหลานโดยไม่ต้องซื้อหา เป็นการนำสิ่งของเหลือใช้หรือสิ่งของใกล้ตัวมาใช้ประโยชน์
"ว่าวควาย" เป็นการผสมผสานโครงว่าวระหว่างว่าวจุฬากับว่าววงเดือน เป็นศาสตรและศิลป์ของช่างที่ทำว่าว ว่าวควายที่ทำขึ้นเพื่อไห้ระลึกถึงควายที่ช่วยชาวนาทำนามาแต่โบราณ
ว่าวที่มีความสมบูรณ์แบบ มีหัว หู จมูกและลวดลายสวยงาม เป็นตัวแทนของควาย
ส่วนหัวติดแอก ทำไห้เกิดเสียงเหมือนควายร้อง เมื่อถูกชักขึ้นสูงติดลมบนจะมีเสียงเกิดขึ้น
ส่วนของแอก เป็นไม้ไผ่และเชือกเส้นเล็กๆ ผูกติดกับส่วนหัวและปีกที่โค้งลง
ส่วนของหัว อก และส่วนปีกล่างด้านบน จะติดพู่ เพื่อบังคับตัวว่าวเมื่อโดนลม
โครงสร้างรูปทรง “ว่าวควาย” ปีกตอนบนจะต้องโค้ง ตอนล่างต้องทำโครงเป็นรูปร่างหัวหรือเขาควาย บริเวณเขาจะต้องมีความสง่างามโค้งได้รูป ตอนล่างของจะต้องยาวโค้งรับกับปีกบน โดยความยาวของปีก จะมีขนาดตำสุดประมาณ 1.20 เมตร
ช่างที่มีความชำนาญในการขึ้นโครง และการประกอบว่าวควาย โดยยังคงอนุรักษ์ กรรมวิธีการทำว่าวตามแบบโบราณ ลุงวี อยู่บ้านสองแพรก ต.โพธ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ทำว่าวด้วยมือทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้ไม้ไผ่เพื่อขึ้นโครง และทำส่วนต่าง ๆ ของว่าว
นกพร้าว เป็นภาษาใต้ที่ใช้เรียกทะลายมะพร้าวที่ติดกับกาบมะพร้าว
นกพร้าว เป็นภาษาใต้ที่ใช้เรียกทะลายมะพร้าวที่ติดกับกาบมะพร้าว ร่วงหล่นหรือติดบนต้นมะพร้าว ซึ่งเป็นช่อและดอกของต้นมะพร้าว ที่มีทั้งดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่ในช่อเดียวกัน ดอกตัวเมียจะมีกลีบหนาและแข็งแรงกว่า
"นกพร้าว" เป็นส่วนหนึ่่งของทะลายมะพร้าวทั้งที่ติดลุกและไม่ติดลูก เมื่อลูกร่วงหล่นหมดแล้วเหลือแต่ นกพร้าว
นกพร้าว นำมากวาดเศษใบไม้ หรือกวาดหญ้าแทนไม้กวาดได้
ส่วนกาบแข็งๆใช้ประดิษฐ์เป็นของประดับตกแต่ง โชว์หรือใช้ทำกระทง
วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
"วัวชนหรือชนวัว "ในภาคใต้
โดยเฉพาะที่นครศรีธรรมราช เป็นเกมส์กีฬาที่มีเงินสะพัดในวันที่มีการชนวัวที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในอดีตและปัจจุบันและมีการพนันขันต่อกันอย่างหนักหน่วง ในวันที่มีการชนวัวชาวบ้านแทบทุกอาชีพจะไปที่สนามชนวัว ทั้งเพื่อไปประกอบอาชีพ เช่นแม่ค้า พ่อค้า อาหารหวานคาว ทั้งไปเพื่อดูวัวชน ไปเป็นเจ้าหน้าที่ของสนามวัว
วัวชน ศิลปะการต่อสู้ของวิถีชีวิตคนภาคใต้ เป็นการกีฬาของวัวที่คนเลี้ยงได้คัดเลือกวัวตามสายเลือด สายพันธุ์วัวชนโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นเกมส์กีฬาของวัวเท่านั้น คนเลี้ยงวัวชนก็มีการพนันขันต่อ ได้เสียเป็นเงินจำนวนมาก เป็นการต่อสู้ทั้งวัวและเจ้าของวัวชน คนเลี้ยงวัวชน เป็นวิถีชีวิตวัวชน
วงการวัวชน มีผู้คนหลายหลายพื้นที่ หลากหลายอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับ "กีฬาวัวชน" บางบ่อนอาจจะมีการนัดชน เดือนละ 1-3 ครั้ง หรือตามจำนวนวัวที่เปรียบคู่ได้
1. บ่อนวัวชน มีทั้งที่ชอบด้วยกฎหมายและผิดกฏหมาย ต้องมีเจ้าของบ่อนเพื่อจัดการชน
2.คนเลี้ยงวัว คือคนที่นำวัวออกกำลังทุกเช้า เย็น เช่นเดิน วิ่ง ไห้น้ำ พันเขาวัว ดูแลรักษาสุขภาพวัว อาจจะเป็นเจ้าของวัวก็ได้
3.คนตัดหญ้าวัว เป็นเจ้าของ หรือคนเลี้ยงวัว ที่ทำหน้าที่หาหญ้าดีๆมาเพื่อไห้วัวกิน
4. เจ้าของแปลงหญ้าวัว คือคนที่ปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงวัวชน เพื่อขายไห้คนเลี้ยงวัวมาตัดไปไห้วัวชนกิน แบ่งขายหญ้าเป็นตารางเมตร
5.คนขับรถบรรทุกวัวชน คือรถสำหรับบรรทุกวัว เพื่อไปเปรียบหรือไปชนตามสนามต่างๆ
6.หมอยาวัว คือเป็นหมอที่รักษาวัวที่อาจจะบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเกินความสามารถของคนเลี้ยง
7. เงินเดิมพัน คือเงินที่วางมัดจำวันเปรียบวัวเป็นเงินในวันที่ตกลงกันและนำไปวันที่วัวชนในสนาม
8. คนปล่อยเงินกู้ คือบุคคลธรรมดาที่มีการปล่อยเงินไห้กู้ในสนามวัวชนทั้งผู้เล่นและเงินเดิมพัน
9. คนขายอาหารที่บ่อนวัว คือชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงไปประกอบอาชีพในบ่อนวัวชน เช่นขายอาหารหวานคาว ขายน้ำ ขายผัก ประมาณว่าเป็นตลาดเล็กๆ
9. เจ้าหน้าที่บ่อนวัว เช่นคนเฝ้าประตู กรรมการวัวชน หลากหลายหน้าทีและอาชีพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับ "กีฬาวัวชน"
การวางวัว ก่อนมีการชนต้องนัดกันมา"วางวัว" เปรียบวัว " คือการนัดเจ้าของวัวมาดูวัวไห้มีขนาดไล่เลี่ยกัน ทั้งขนาดตัวและความสูง เพื่อความแน่ใจไม่ไห้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน แล้วตกลงว่าจะชน การวางเงินเดิมพัน นัดวัน และสนามชน
สนามชน หรือสนามวางวัว มีรูปสีเหลี่ยมจัตุรัสหรือสีเหลี่ยมผืนผ้าหรือวงกลม ขึ้นอยู่กับเนื้อที่ ประมาณ 2-3 ไร่
คนเลี้ยงวัว ต้องขยัน นำวัวเดินออกกำลังกาย เช้า - เย็น ตัดหญ้าไห้กิน เสริมด้วยสมุนไพรพื้นบ้านเช่น บอระเพ็ด ดูแลไม่ได้เห็บ ไร มากัดกิน ลูบเช็ดน้ำ หัว หาง เขา และกีบเท้า
วัวต้องเป็นพันธุ์วัวชนแท้ มีใจทรหดอดทน มีไหวพริบในการชน และมีลักษณะอื่นๆ ที่สำคัญ ดังนี้
- รูปร่างประเปรียว ช่วงตัวยาว ท้องกิ่ว ลำตัวค่อนข้างหนา หลังหนาแบน
- คอสั้นหนาใหญ่ ช่วงขาสั้นและล่ าสัน คิ้วหนา ตาเล็ก สีตาด า ใบหูเล็ก โหนกสูงใหญ่ (ภาคใต้เรียกว่าหนอก) มีขวัญที่ใต้โหนกและกลาง
- หลังเยื้องไปทางด้านหน้าเหนียงคอ (ภาษาใต้เรียกว่าแร้ง) หย่อนยาน ลางตัวหย่อนยานมากเวลาก้มลงกินหญ้าจะจด พื้นดินก็มีแต่ลางพันธุ์
- เหนียงคอสั้น เขาแข็งแรง ปลายเขาแหลมโค้ง โคนเขาทั้งสองใหญ่
- หางเรียวยาวจดพื้นดิน โคนหางใหญ่ปลายหางเป็นพู่ดูสวยงามมาก
- ลูกอัณฑะเล็ก
ขนสั้นละเอียดเป็นมัน หน้ามีขนยาว เวลาเคี้ยวเอื้อง น้ำลายเป็นฟอง และกีบตีนชิด
เป็นต้น
2. ลักษณะเฉพาะพันธุ์ ที่เชื่อกันว่าเป็นวัวชนชนิดดีซึ่งจะเลือก โคชนิดที่นิยมเลี้ยงไว้ชน กล่าว ไว้เพียงบางชนิดเท่านั้น
- โคอุสุภราช จัดเป็นพระยาโค มีลักษณะ – สีขาวปลอด บางตำรา -สีแดงลายขาว
- มีลายดังนี้คือ ตีนด่าง – หางดอก – หนอกพาดผ้า - หน้าใบโพ
- โคนิล เป็นโคพันธุ์ดีอีกชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าจะให้ลาภแก่ผู้เลี้ยง ลักษณะพิเศษคือ เยี่ยวสีดำในวันพระ แต่ในวันอื่นๆ อาจจะไม่ดำ - สีของเท้าอาจจะดำหรือไม่ใช่ก็ได้
- โคบิณฑ์น้ำข้าว -สีขาวปลอด - เล็บยาว - หางยาว - เขาขาวเป็นมัน
ลักษณะดีตามสีตัว วัวทางภาคใต้มีสีต่างกันถึง 7 สี
- สีที่สำคัญคือ ขาวปลอด - ดำนิล - แดง - ลาย (คือดำแซม ขาว) - ลังสาด (คือคอดำ หัวดำท้ายดำ ตรงกลางขาว)
- สีของวัว ยังใช้เป็นชื่อเรียกของวัวด้วย เช่น – วัวสีขาวเรียกอ้ายขาว - สีดำเรียกอ้ายดำ เพื่อป้องกันการสับสนเพราะสีซ้ำกัน จึงเรียกชื่อบ้านหรือชื่อเจ้าของเข้าไปด้วย
- เช่นอ้ายขาวลุง หมายถึงวัวขาว บ้านทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วภาคใต้เพราะตลอดชีวิตการต่อสู้ของมันไม่เคยแพ้มี แต่ชนะกับเสมอ และถือกันว่าเป็นโคพันธุ์อุสุภราชแท้
ลักษณะสีที่ว่าเป็นวัวดีนั้นคือ
1. โหนดชาติใหญ่ คือโหนดหัวแดง
2. โหนดตีนขาว ซึ่งเรียกว่าลังสาดชนิดหนึ่งนั้น ถือว่ามีใจทรหดมาก
3. แดง คอกิ่ว หางตัด เขาลอม คือวัวสีแดง เหนียงคอสั้น หางสั้น นับว่าเป็นลักษณะพิเศษ
4. ตีนด่าง หางดอก หนอกพาดผ้า หน้าใบโพ คือวัวที่มีสีทั่วไปดำ - ตีนดำแซมขาว - หางดำแซมขาว – โหนกขาวเหมือนเอาผ้าขาวพาดไว้ และที่หน้ามีสีขาวเป็นรูปใบโพ ยอดใบโพขึ้น วัวชนิดนี้ถือว่าจะนำโชคลาภ และให้มงคล คนเลี้ยงวัวพันธุ์นี้ไว้ที่บ้านจะไม่มีภัยพิบัติโจรผู้ร้ายไม่มารบกวน ห้ามฆ่า เพราะจะนำความพินาศ ฉิบหายอย่างใหญ่หลวงมาสู่บ้าน จะเลี้ยงไว้ชนก็ได้ดีเพราะมีน้ำอดน้ำทนมาก
เตรียมตัวก่อนชน
บางรายให้กินไข่ไก่ถึงวันละ 10-15 ฟองก็มี พาออกวิ่งบ้างเดินบ้างในตอนเช้ามืดหรือในตอนเย็น เป็นการออกก าลังกาย และมีคน เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาทั้งกลางคืนกลางวัน
มีหมอวัวเสกหญ้าและนำให้กินเพื่อให้มีกำลังและช่วยขจัดปัดเป่า การกระทำคุณไสย มีการประพรมน้ำมนต์ หมอบางคนจะมีกรวยทำด้วยใบตองหรือปลอกเขาซึ่งทำด้วย ทองเหลืองหรือไม้ไผ่สวมเขาทั้งสองไว้มีผ้ายันต์ ผ้าประเจียดผูกคอวัว ซึ่งจะถอดออกเมื่อจะปล่อยให้วัวชนกัน ในขณะ ที่อยู่ในพิธีนี้วัวดีบางตัวจะให้ฝันแก่เจ้าของตัวจะแพ้หรือจะชนะ
ขอบคุณเณรบีไห้ภาพ
สังคมออนไลน์ Facebook
บทความน่าสนใจ
-
ฝัน ฝันว่าเท้าเป็นแผลเปื่อยมีน้ำเหลืองทั้งสองเท้า ฝันนี้ ฝันดี หรือฝันร้าย เมื่อคืนฝันไปเป็นสะใภ้นายก เฮ้ยไม่ใช่นิค่ะ แต่ ฝันว่าเท...
-
ปริศนาคำทาย ภาษาใต้ ปริศนาคำทายนั้นมีมากมายหลายอย่าง หลายประเภท ทั้งดี ทั้งสับปดล และสิ่งที่เอาไว้ทายเล่นกับเด็กๆ หรือทดลองเชาว์ปัญญา ข...
-
เหนียวเหลืองหน้ากุ้งบ้านฉัน สูตรบ้านบ้าน ส่วนผสมข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 250 กรัม หัวกะทิ มะพร้าวขูดประมาณ 3 ขีด มะ...
-
เริม เริม โรคที่เป็นได้ทุกที่ และสามารถทำให้เราเจ็บปวด อาจมีอาการคัน เจ็บจี้ดๆ ปวดแสบปวดร้อน ที่บริเวณแผล เมือเป็นแล้วสามารถเป็...
-
ผีเสื้อบินเข้าบ้าน เป็นความเชื่อหรือเปล่าก็ไม่ทราบ หลังจากวันที่พ่อตาเสียชีวตจัดงานศพอยู่ ไปได้สัก 2-3 วันแล้ว อยู่ๆ ก็มีผี...
-
โรคความดันโลหิต ที่เสี่ยงต่อสุขภาพมาเรียนรู้กัน ปีนี้ ข้าพเจ้าได้สมัครใจเป็นอาสาสมัครของหมู่บ้าน หมู่ที่5 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.น...
-
ฝันว่า กินข้าว ฝันค ะ ว่าคุณลุงที่เสียชีวิตแล้วมาขอข้าวกิน ตอนนั้นเราก็กำลังกินข้าวอยุ่พอดี บอกให้แกนั่ง แกก็นั่งลง แล้วเราก็ตั...
-
ยาหนมของดีปักษ์ใต้ จำได้ตอนที่เป็นเด็กๆ อยู่บ้าน พี่ชายลูกของลุง จะบวชแม่เลยให้มาจัดงานที่บ้านเพราะลุงเสียชีวิตแล้ว...
คลังแบบบ้าน
-
►
2018
(
24
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 3 )
-
►
2017
(
83
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 8 )
-
►
2016
(
162
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 11 )
-
►
2015
(
244
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 20 )






















































































