วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง

 
 กศน.ตำบลโพธิ์ทอง และกศน.ตำบลหัวตะพาน นำนักศึกษาดูงานศึกษาแหล่งเรียนรู้ 
เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง โพธิ์ทอง ท่าศาลา เป็นกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในชุมชนใกล้บ้าน
ตอนที่ผู้เขียนทำโครงงานก็นำการทำเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านมะยิงนี่แหละทำ
เพราะเป็นชุมชนใกล้บ้านและมีที่เดียวในละแวกนั้น ที่เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องเครื่องปั้นดินเผา 
เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่ต้อนรับทุกกลุ่มคนที่แวะเวียนมาดูงานสืบสานวัฒนธรรม

 
จากที่ได้ถามไถ่ความเป็นมาจากลุงเลียบได้ความดังนี้ 
เนื่องจากการผลิตหม้อเป็นอาชีพเลี้ยงชีวิตสำคัญของชาวมะยิงแต่โบราณ การผลิตหม้อได้มาก เผาสุกในคุณภาพดีไม่ชำรุดเสียหายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นักปั้นหม้อปัจจุบัน ยังคงรักษาพิธีการเซ่นสังเวยที่
ตกทอด ความเชื่อ และพิธีกรรมมาแต่ครั้งบรรพบุรุษนักปั้นหม้อและปัจจุบันลุงเลียบไม่ได้เป็นคนสานต่อแล้วด้วยอายุที่ชราลงมาก ก็ได้มอบหมายให้กับป้าจำเป็น รักษ์เมือง (ป้าเอียด) ซึ้งเป็นภรรยาของ
ลุงเลียบเป็นผู้ควบคุมและเป็นหัวหน้าของอุตสาหกรรมสินค้า OTOP เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงอีกด้วย

ที่มาของกลุ่ม
จัดตั้งกลุ่มเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2541 แต่เดิมการทำเครื่องปั้นดินเผาต่างคนต่างทำประสบปัญหาเรื่องราคาและคุณภาพ จึงได้มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มขึ้น โดยมีสมาชิกครั้งแรก 19 คน และได้รับการสนับสนุนจาก อบต.โพธิ์ทอง คณะกรรมการได้รับการฝึกอบรมในการบริหารกลุ่มจากสำนักงานพัมนาชุมชนอำเภอท่า ศาลา แต่ทางกลุ่มก็ยังประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน จึงได้รับการแนะนำจากพัฒนากรอำเภอท่าศาลาให้รู้จักประหยัดและอดออม
 
 
กระบวนการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง 
มี 4 ขั้นตอน คือ การเตรียมวัตถุดิบ (หรือเตรียมดิน) การปั้นขึ้นรูป การตกแต่งและการเผา
กระบวนการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ดังนี้ 

1. การเตรียมดิน และวัตถุดิบ
ช่างปั้นจะนำดินเหนียวที่มาเก็บไว้ในโรงเรือน โดยใช้พลาสติกหรือผ้าคลุมไว้เพื่อป้องกัน
มิให้ดินแข็งตัวเร็วเกินไป กระบวนการของการเตรียมการก็จะเริ่มต้นด้วยการย่อยหรือแซะดินจากกองดิน ผสมกับน้ำและทรายละเอียด และทำการคัดเลือกสิ่งปลอมปนออกด้วย

 
2. วิธีการหมักดิน
1. ใช้ผสมโดยราดลงไปบนแท่งดินที่แซะออกจากกองดินแล้ว ใช้เวลา 1 วัน หรือ 1 คืน
2. ทรายละเอียด ใช้สำหรับรองพื้นเพื่อป้องกันมิให้ดินเหนียวติดก้นหลุมหรือพื้นลาน
3. ส่วนผสม ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องปั้น และความชื้นของดิน เช่น ดินเหนียวจัดทำให้ภาชนะแตกง่าย
ต้องผสมทรายให้มาก เพราะทรายช่วยให้การขึ้นรูปได้ดี อัตราส่วน ดิน : ทราย = 80 : 20 หรือตาม
ความเหมาะสมของเนื้อดิน 



3. การปั้นขึ้นรูป
การปั้นหรือการขึ้นรูป นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นหนึ่งของช่างปั้นหม้อ ผู้ปั้นต้องอาศัยความ
ชำนาญพิเศษ จึงจะเป็นรูปภาชนะ หรือเครื่องปั้นที่ต้องการได้อย่างสวยงาม และยังขึ้นอยู่กับความ
สามารถเชิงศิลป์ของแต่ละบุคคลด้วย การปั้นรูปภาชนะต่างๆ ของช่างบ้านมะยิง ใช้วิธีขึ้นรูป 2 แบบ คือ
การปั้นขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน(Throwing Method) ซึ่งใช้กับภาชนะที่มีขนาดเล็ก 


เช่น แจกัน หม้อแกง กระถางต้นไม้
การปั้นขึ้นรูปแบบขด(Coil Method) เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมาแต่โบราณ โดยแพร่หลาย เพราะสามารถสร้างงานเครื่องปั้นดินเผาได้ดีตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ แต่ช่างทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงจะใช้กับเครื่องปั้นขนาดใหญ่ เช่น ไห เผล้ง กระถางขนาดใหญ่

 
4. ลายและการตกแต่งภาชนะ
หลังจากปั้นรูปภาชนะได้ตามต้องการแล้ว ขั้นต่อไปคือการทิ้งไว้ให้เนื้อดินแห้งหมาด ถ้ามีแสงแดด 
ก็จะเอาไปผึ่งแดด แต่ถ้าไม่มีก็ทิ้งไว้ในที่ร่ม ถ้าเป็นภาชนะที่ต้องผ่านการตกแต่งก่อนจึงจะได้รูปทรง
เรียบร้อย เช่น หม้อ หรือเผล้ง จะต้องผ่านการตาก ๒ ครั้ง จึงจะเอาเข้าเตาเผาได้

 
5. การเผา
การเผาเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ยังเป็นการเผาดิบมาตั้งแต่อ
ดีตจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏการเผาเคลือบแต่อย่างใด ก่อนทำการเผาจะต้องมีการเซ่นสังเวยเตาเผาด้วย เพราะมีความเชื่อกันว่าการเซ่นสังเวยจะช่วยให้ผลงานที่ได้สมบูรณ์ไม่เสียหาย

หลังจากทำการเผาประมาณ 4-5 วัน และมั่นใจแล้วว่าเครื่องปั้นในเตาสุกดีแล้ว ผู้เผาจะปิดช่องไฟทุกช่องทิ้งไว้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง (1 คืน) แล้วจึงเปิดช่องไฟทุกช่องออก ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง(1วัน) แล้วจึงค่อยลำเลียงเครื่องปั้นออกจากเตาคัดเลือกและแยกประเภทของเครื่องปั้น นำเก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดโดนฝน ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้สีของเครื่องปั้นจางและกันความสกปรกรอการลำเลียงส่งออกสู่ตลาดต่อไป 

ในอดีตผลิตแต่หม้อหุงข้าว หม้อใส่น้ำ หม้อต้มยา แต่ปัจจุบันมีภาชนะรูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้น และยังผลิตรูปแบบต่าง ๆ ตามใบสั่งด้วย ปัจจุบันรูปแบบเครื่องปั้นดินเผาที่นิยมผลิตที่บ้านมะยิงประกอบด้วย
1.หม้อหุงข้าว
2.หม้อใส่น้ำ
3.หม้อต้มยา
4.กระถางต้นไม้
5.แจกัน
ภาชนะเหล่านี้ผลิตขนาดต่าง ๆ กัน ถ้าเป็นหม้อใส่น้ำหม้อต้มยา ต้องผลิตฝาหม้อควบคู่กันไปด้วย
 


มีมากมายหลายรูปแบบ และขนาด และตามออร์เดอร์
ถ้าลูกค้าสนใจก็ไปส่งถึงที่
 
เครื่องปั้นดินเผาโมคลาน 

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

ซ่อมหนังสือชำรุด


ด้วยผู้เขียนเป็นคนทำงานเกี่ยวกันหนังสือ และเห็นหนังสือจำนวนมากมายที่ชำรุด เช่นปกขาด/ หลุด หน้าแยก และอีกสารพัดที่จะ ขาด ขาด และขาด ก็น่าเห็นใจหนอนหนังสืออยู่เหมือนกัน เพราะตัวเอง
ก็ชอบอ่านหนังสือ เห็นหนังสือขาดแล้วก็เสียดาย เลยนำมาซ่อมให้มันดีคงทนเหมือนเดิมดีกว่า

วิธีการซ่อมมีอยู่ว่า 
1. ดูสภาพการขาดของหนังสือ เช่นปกหลุด ตัวเล่มยังดี กาวไม่หลุด ก็ทำการเจาะด้วยสว่านแล้วเย็บเล่มตามเดิม

 
2. ปกหลุดจากตัวเล่ม (อาการหนัก) ก็ทำการซ่อมขนานใหญ่เลย


อุปกรณ์มีดังนี้
1. กระดาษปกแข็งเบอร์ 24
2. กรรไกร ตัดกระดาษ
3. คัตเตอร์
4. กระดาษขาวใบรองปก
5. กระดาษแร็กซีน / ผ้าแร็กซีน
6. ผ้าคิ้ว
7. เครื่องเจาะสันหนังสือไฟฟ้า
8. เข็มเย็บหนังสือ / ด้าย
9. กาวลาเท็ก / ข้น / เหลว
10.ฟุตเหล็ก / ที่รองตัด / ค้อน / ปากกา / ดินสอ /แปรงทากาว



 

วิธีทำ (เตรียมตัวเล่ม)
1. เจาะตัวเล่ม ด้วยสว่าน 3-4 รู แล้วแต่ขนาดหนังสือ 

 
2.ดึงปกนอกออกไว้ใช้ ใช้ค้อนทุบรอยเจาะแล้วเย็บตัวเล่ม ให้แน่นหนา


3. ตัดกระดาษรองปก ตามขนาดทีต้องการ แล้วนำมาทากาวที่รอยเจาะ แล้วตัดผ้าคิ้ว 2 อัน เท่าสันหนังสือ ทากาวแปะที่หัวและท้ายตัวเล่ม ใช้ผ้าขาวบาง วางทับแล้วทากาว รอให้ตัวเล่มแห้ง
ตัดกระดาษรองปกส่วนเกินออก ให้เหลือเท่าตัวเล่ม


2. ทำปก
1. นำตัวเล่มมาตัดกระดาษทำปก 2 ชิ้น หน้าและหลังขนาดเท่าตัวเล่ม พร้อมทำสัน ขนาดเท่าสันหนังสือ

2. ตัดผ้าแร็กซีน สำหรับทำสัน แล้วนำมาทากาวตรงกลางนำสันมาวาง ทากาวด้านข้างแล้วนำปกมาวาง



3. หุ้มขอบปก หรือไม่หุ้มก็ได้ ให้เรียบร้อย แล้วนำมาเข้าเล่ม ดังนี้


 
4.เขียนสัน / พิมพ์สัน ตามชื่อหนังสือ

 
 

5. การเข้าเล่ม โดยทากาวที่ด้านในของปกแล้วนำตัวเล่มมาวางทาบลงไป ดึงปกให้ได้ขนาดเท่าๆกัน ทำซ้ำอีกข้าง ใช้ผ้าไล่ฟองอากาศ ให้หมดแล้วทากาวด้านนอกติดปกหนังสือเดิมลงไป เรียบร้อย


สำหรับกระดาษทำปก ประยุกต์ใช้เป็นปกปฎิทินก็ได้ แต่ได้เฉพาะขนาดเล็กๆ


รับซ่อมหนังสือด้วย ราคาพูดคุยกันได้  โทร 087873150  สุจิตรา เมฆหมอก






วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

ปวดเหงือก

เคยปวดเหงือก หรือเหงือกบวมกันมั๊ยค่ะ เป็นแล้วจะรู้ว่ามันทรมาน ขนาดไหน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย แถมปวดตุ๊บ ตุ๊บ ที่เหงือกนะค่ะ ไม่ใช่ฟัน ทำอย่างไรก็ไม่หาย อ้าปากก็ไม่ค่อยได้มันตึงๆ
กินยาแล้วไม่ดีขึ้น ไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องมาตั้งแต่เริ่มปวดจะดี ตรวจตรวจรับยาไป มีพารา ฆ่าเชื้อต้องกินให้หมด 1 หอบได้มา กิน กิน และกิน จนหาย หมอห้ามกิน ของเปรี้ยวเด็ดขาด อดไป
แล้วมันก็มาอีกข้างเพราะรากฟันไม่แข็งแรง ต้องรอรักษารากฟัน


เจอญาติคนหนึ่ง ฟันเริ่มคลอน เขาบอกว่าไปซื้อแคลเซียมมารับประทานแล้วดีขึ้น ไม่โยกไม่คลอน
เลยจัดไป แคลแทพ พลัด 1 แพ็ค  คนขายบอกกินตอนก่อนนอน 1 เม็ด มีวิตามินดีด้วย
หาข้อมูลการกินและพูดคุยกับคนเคยกิน ต้องกินตอนเช้าหลังอาหารจะดี ไม่ตกค้างในร่างกายเท่าไหร
กินตอนก่อนนอน ตัวจะบวมๆ นิ๊สหนึ่ง รู้สึกได้ กินแล้วสังเกตุตัวเองดู เออ++จริงด้วยสิ

 
ขอบอกข้อสังเกตุตัวเอง เมื่อเราเริ่มมีอาการอีกครั้ง เริ่มกินแคลเซียม ไปสักพัก จะรู้สึกว่ายาจะวิ่งไปที่
ฟันซี่ที่เริ่มมีปัญหา หรือซี่ที่เหงือกบวม ตึง ตึง สักพักก็หาย เหงือกเริ่มยุบ ฟันไม่เสียวเวลากินของเปรี้ยว
แต่อย่ารับประทานมากนะค่ะ เพราะมันจะไปสะสมที่ตับ ทำให้เป็นมะเร็งได้ ต้องหยุดกินบ้าง

 

อ้อ ได้คุยกับคนไข้ที่หน้าห้องฟัน เป็นคนแก่แกบอกว่า เมื่อก่อนฟันโยก ฟันคลอนหมดทั้งปาก หมอให้ยาไรไม่รู้ เห็นลูกบอกว่าเป็นแคลเซียม สำหรับบำรุงกระดูกและฟัน กินตามหมอสั่งแล้วตอนนี้ไม่ปวดอีกเลย ฟันก็ไม่โยก ดีไปกว่าตอนสาวๆอีก แกบอก

มีสมุนไพรแก้ปวดเหงือกและฟันอีกอย่าง (พ่อบอก) ยางต้นตีนเป็ด หรือต้นสรรตบรรณ หยดที่ซีฟันจะบรรณเทาการปวดลงได้