วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

ยารักษาโรคไตหายได้จริง

 หญ้าหนวดแมว   
  ฟ้าทะลายโจน

เพราะคุณพ่อตาฉันนั้น ไม่สบายหลายโรคแลที่แถมมาล่าสุด ตอนที่เข้าๆออกๆ โรงพยาบาลท่าศาลา 
นั้นทั้งเนื้อตัวและหน้าตาบวมมาก พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง คุณหมอบอกว่าเป็นโรคไต คือไตจะวายว่างั้น เพราะกินยามาหลายตัว และนานมาเป็น 10 ปี ไตเริ่มรับไม่ได้ เลยบวมน้ำ น้ำจะท่วมปอดมั่ง และอีกหลายอย่างตามมา แต่ที่จะต้มยาชนิดนี้ให้กินต้องออกจากโรงพยาบาลก่อน เพราะกลัวหมอไม่ให้กิน
พอกลับบ้าน ฉันจัดการหา ต้นฟ้าทะลายโจนและหญ้าหนวดแมว มาทำการต้มด่วน เพราะเมื่อก่อน
คุณยายของฉันก็เป็นโรคไตเช่นกัน แต่น้าสาวได้สูตรยานี้มาจากหมอชาวบ้านที่ทำให้คนไข้
หายได้จริง ซึ่งพอคุณยายไปพบหมอตามนัด หมอไม่พบว่าไตจะเสียหายอะไร แล้วถามอย่าง งง ๆ
ว่า คุณยายไปทำอะไรมา ค่าไตจึงเป็นปกติ คุณยายบอกว่า ไม่รู้ลูกต้มอะไรให้กิน แค่นั้นจบ 
หมอก็ไม่ถามอะไรอีก ตั้งแต่นั้นมาไม่ต้องกินยาไตอีกเลย


ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย

นำตัวยาทั้งสองอย่าง อย่างละประมาณ 1 กำมือ เท่าๆกัน หรือประมาณ 2 กรัมสดๆ
ฟ้าทะลายโจนนั้น ใช้ทั้งราก หญ้าหนวดแมว ใช้เฉพาะต้นไม่ใช้ราก


  
นำมาตากแห้ง 1 วัน  ก่อนนำไปต้ม

  
 วิธีต้ม
 

หั่น หญ้าหนวดแมวและฟ้าทะลายโจน เป็นท่อนๆ ต้มน้ำ 3 แก้ว ให้เหลือ 1 แก้ว

วันรุ่งขึ้น ก็เติมน้ำใหม่ 3 แก้ว ให้เหลือ 1 แก้ว  กินเช่นเดิม



วิธีกิน


กินก่อนอาหาร เช้า เที่ยง เย็น (แบ่งจากปริมาณ 1 แก้ว) แทรกน้ำผึ้งได้ เล็กน้อย


กินแค่ 2 วันเท่านั้น




ข้อควรระวัง ต้มกินได้เพียง ปีละ 1 ครั้ง เท่านั้นตามตำรา






วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558


 ผมสวยนิ่มกับน้ำหมักอัญชัน

 
เพราะว่าผมนางนั้น เพิ่งยืดมาแล้วก็ต้องได้การบำรุง บำเรอสักกะนิ๊ส พอดีเพื่อนๆ บอกแม่ว่า
ใช้น้ำหมักอัญชันสิ ผมนี้นิ่มและมีน้ำหนักดีด้วย แม่หรือค่ะจัดการค่ะ แวะไปในไร่หลังบ้าน 
(สวนเพื่อน) 5555  เห็นดอกอัญชัน ม่วงสะพรั่ง จัดการเก็บๆ มา ทำการหมัก หาสูตรต่างๆมากมาย 
สุดท้ายได้พัฒนาขึ้นมาเองจาก น้ำหมักจากน้ำซาวข้าว เพราะเคยเห็นคุณยายทำเมื่อตอนเด็กๆ 
ยังจำได้ว่าท่านได้ทำให้เห็นบ่อยๆ

 
นำมาหมักไว้ในขวดพลาสติกขนาด 5 ลิตร เติมสีให้แจ่มด้วยเปลือกมะนาว ที่ผ่านการบีบเอาน้ำ
มาปรุงเป็นอาหารเสียก่อน

 
 นี่ค่ะสวนหลังบ้าน แต่อัญชันบ้านเพิ่น แอบถ่ายซะเหมือนบ้านตัวเองปลูก

มี ต้นยี่หร่า หรือ ใบรา                                    พริกขี้หนู

มะอึก   ยังไม่เป็นลูกเรย                                                    มะนาวมีลูกแล้ว

  ใบบัวบก                                                                ถั่วฝักยาว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออกจากสวนหลังบ้านกลับมาที่บ้าน มาทำน้ำอัญชันหมักกันดีกว่า นอกจากไว้ทำน้ำอัญชันไว้ดื่ม
ป้องกันมะเร็งแล้วก็สามารถทำให้เส้นผมดกดำ เงางามได้อีกด้วย




 ตอนแรกก็หมักสูตรนี้ค่ะ
 ดอกอัญชัน 20 ดอก มะกรูด 5 ลูกมะนาว 1 ลูกน้ำดื่ม 1 ลิตร น้ำตาลทรายแดง 2-3 ช้อนโต๊ะ

 ขั้นตอน 
1. มะกรูดมะนาวล้างให้สะอาดผ่าครึ่งทั้งเปลือกและเม็ด
2. นำดอกอัญชัน กับน้ำ 2 ลิตร   ต้มไฟปานกลาง รอจนเดือดแล้ว    
ต้มไฟอ่อนต่ออีกสักพัก10-20 นาที ปิดไฟ  
3.นำมาปั่นให้ละเอียด  ปั่นเสร็จจะกรอหรือ ไม่กรองก็ได้ ใส่ขวดไม่แช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้เป็นเดือน
4. ใช้สระผม หรือ ถ้าต้องการฟองก็ผสมกับยาสระผม สระตามปกติ หรือ จะหมักทิ้งไว้สักครู่
แล้วล้างก็ได้การรักษาเส้นผมต้องใจเย็นๆ  ผมเป็นสิ่งที่ดูแลยากนิ๊ส สามารถปรับได้ตามชอบของ
แต่ละคนได้จ๊ะ  

 
หลังจากนั้น อาจจะขี้เกียจหรืออยากปรับปรุงสูตรสักกะนิ๊ส เพราะได้ดูรายการทางช่อง 7 สี 
มีสาวๆ อายุ 60 ปีแล้ว ให้น้ำซาวข้าวสระผม แล้วผมดกดำไม่ต้องย้อมสารเคมี  
เราเลย ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง   
ทำตามคุณยายเราดีกว่า น้ำซาวข้าวก็ไม่ต้องเสาะหา เพราะทำนาเอง ปลอดสารเคมี

โดยการ นำน้ำซาวข้าว แทนน้ำเปล่า

 
เทใส่ขวด นำดอกอัญชันใส่ลงไป พอผ่านไปประมาณ 10 - 20 วัน จะมีฝ้าขาวๆที่ด้านบน ไม่ต้องตกใจ เขย่าให้เข้ากัน แล้ววางไว้อย่างเดิม ให้เวลาผ่านไป 1 เดือน ก็นำมาใช้ได้ ช่วงแรกๆ ก็เปิดฝาให้อากาศออกมาบ้าง แล้วปิดให้สนิทดั่งเดิม จะเห็นสีขาวๆตกตะกอนไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นน้ำซาวข้าว เขย่าไปมาก็ใช้ได้เหมือนเดิม ถ้าอยากเพิ่มสีสันก็ ใส่มะนาวลงไปได้ หมักดั่งเดิม หรือถ้าอยากจะนำดอกอัญชันมาเติมก็เติมได้ เพิ่มน้ำนิดหน่อย

วิธีใช้ นำน้ำหมักมาผสมกับแชมพูที่ใช้ ในปริมาณ 1/3 ของ แซมพู แล้วตอนสระให้หมักไว้สักแป๊บ 
ล้างออก เป่าให้แห้งจะรู้สึกตั้งแต่แรกเลยว่า ผมนิ่ม นุ่ม ลื่น มีน้ำหนักด้วย
  

 ตอนนี้มีมังคุดเยอะเลยนำมาเปลือกมาหมักดูเผื่อจะทำไรได้มั่ง 



วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558


ขนมทำจากข้าวเหนียว
 

ท่านรู้หรือไม่ว่า ข้าวที่เราใช้รับประทานกันนั้น มีขนมหลากหลายอย่างมากที่ทำมาจากข้าวเหนียวเมล็ดอ่อน 
ตั้งแต่เป็นน้ำนมข้าว จนเปลือกสีเขียว ซึ่งข้าวยาคูก็เป็นขนมที่ใช้แป้งจากเมล็ดที่สีเขียวๆเช่นกัน
ข้าวเม่า  ใช้ข้าวเหนียวที่ยังไม่แก่เปลือกยังเขียวอยู่ นำมานวดเอาเมล็ด แล้วคั่วจนสุกพรมน้ำเกลือนิดหน่อย เมื่อเมล็ดข้าวสุกแล้ว นำมาโขลกให้เมล็ดแบนๆ เอาเปลือกออกให้หมด แล้วนำไปทำอาหารชนิดต่างๆ

 
ข้าวเม่าน้ำกะทิ ใช้ข้าวเม่าราง เป็นข้าวเม่าที่โขลกแล้วยังไม่ฝัดเอาเปลือกออก นำมาคั่วกับกระทะจนเมล็ดพอง ฝัดด้วยกระด้ง ข้าวเม่าจะกรอบ
 
ข้าวเม่าคลุก ใช้ข้าวเม่ามาพรมน้ำนวดให้นุ่มใส่มะพร้าวทึนทึกขูด ใส่เกลือป่น น้ำตาล 
ให้มีรสหวาน เค็ม มัน 
  
ข้าวเม่าทอด ใช้ข้าวเม่านวดกับมะพร้าว แล้วห่อกล้วยไข่ที่ปอกเปลือกออก แล้วนำไปชุบแป้งนำไปทอด


 
ข้าวเม่าหมี่ เป็นข้าวเม่าทอดพอกรอบผสมกับน้ำตาล กุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว เต้าหู้เหลืองหั่นชิ้นเล็กๆ ทอดให้กรอบ กระเทียมเจียว

ข้าวเม่าบด เป็นข้าวเม่าคั่วบดละเอียด กวนกับน้ำตาลทราย มะพร้าวขูด น้ำ จนเหนียวแล้วใส่ข้าวเม่า กวนพอเข้ากันแล้วจึงปั้นเป็นก้อนกลม กดให้แบน คลุกกับข้าวเม่าบดที่แบ่งไว้ เพื่อไม่ให้ข้าวเม่าติดกั้นเมื่อวางซ้อนกัน

 
กระยาสารท ทำจากข้าวเม่าราง ผสมกับข้าวตอก ถั่วลิสงคั่ว งาขาว เคี่ยวกับน้ำตาลและหัวกะทิ พอเป็นยางมะตูม จึงใส่ข้าวตอก งาขาว คนให้ทั่ว เทใส่ถาดเกลี่ยวให้เสมอ เมื่อเย็นตัดเป็นแผ่นๆ

 
ข้าวตอก ข้าวตอกเป็นข้าวเหนียวที่ยังไม่เอาเปลือกออก คั่วให้บาน ต้องคั่วในหม้อที่มีฝาปิด เจาะรูตรงกลางเพื่อใช้ไม้คนข้าวตอก เพราะขณะที่คั่วข้าวตอกจะแตกบานและกระเด็น คนภาคเหนือใช้ข้าวตอกบูชาพระ เวลาจัดดอกไม้ในพานแล้วจะโรยข้าวตอกไว้ด้านบน เรียกพานข้าวตอกดอกไม้ ส่วนทางใต้จะใช้ในตอน วันอารฬาหบูชา ชาวบ้านจะนำข้าวตอก ไปวัดเพื่อบูชาแม่โพสพและทำบุญ หรือโรยหน้าน้ำกะทิทุเรียน กินคู่กัน

 
ข้าวตอกตั้ง ข้าวตอกตั้งทำจากข้าวตอกคั่วให้กรอบ บดหยาบ ผสมกับกะทิ น้ำตาลทราย มะพร้าวขูด ตั้งไฟจนข้น แล้วใส่ข้าวตอกบด คนให้เข้ากัน ใส่พิมพ์กดเป็นแบบต่างๆ แล้วแกะออกคลุกข้าวตอกคั่วบดละเอียด

บางภาพจากอินเตอร์เน็ต เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์