วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แกงหน่อไม้กับปลาย่าง


นำเสนอ แกงบ้านๆ แกงกะทิหน่อตกกับปลาย่าง เป็นเมนูบ้านๆที่ทำกินกันอย่างง่ายๆ ในท้องถิ่นเพราะ
มีการปลูกไผ่ตง หรือไม้ไผ่ และผักสวนครัวบางอย่างกันอยู่แล้ว แค่นำมาประยุกต์ในการทำอาหารให้พอเหมาะหรือ ตามแต่จะรับประทานกัน


ส่วนผสม
เครื่องแกงกะทิ น้ำกะทิ กะปิ น้ำตาล หม้อ หน่อตงสับ ปลาย่าง

 


วิธีทำ

หน่อตง หรือหน่อไม้ เมื่อได้มาก็ทำการปอกเปลือกนอกออก ให้เหลือแต่หน่ออ่อนๆ ขาวๆด้านในเช่นนี้

 

แล้วนำมาสับๆๆๆ 

 แช่น้ำไว้สักครู่ ที่ต้องแช่น้ำเพื่อไม่ให้ดำ


ปลาย่างก็แกะ เอาแต่เนื้อ

  

 ถั่วฝักยาว หั่นเป็นท่อนๆ



วิธีแกง
1.ตั้งน้ำกะทิให้เดือด ใส่เครื่องแกงพร้อมกะปิ แล้วนำหน่อไผ่ตงและผักอื่นๆ ที่จะเพิ่ม เติมลงไป
2. รอให้สุกดี มีกลิ่นหอม ใส่ปลาย่าง น้ำตาล ให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ยกลงจากเตา
 

เคล็ดลับ หน่อไม้หรือหน่อไผ่ตง จะออกตอนฤดูฝน จะทำไห้เนื้อหวาน
ถ้าหน่อไผ่ออกนอกฤดู จะทำให้ขื่นเล็กน้อย ต้องต้มน้ำทิ้งสัก 2 น้ำ แล้วนำมาแกง

 พร้อมผักสวนครัวหลังบ้าน  นำมาเป็นผักเหนาะ

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แกงเลียงส้มยาร่วงยอดลำเพ็ง



 
แกเลียงส้มลูกยาร่วงหรือ ลูกมะม่วงหิมพานต์ เป็นอาหารพื้นบ้านที่หัวตะพานบ้านฉันเขาทำกินกัน
เมื่อฤดูกาลของ ยาร่วงเป็นผลมาให้กินพร้อมกับยอดมะขามอ่อนน่ากินจริงเชียว 
หอมหวานอมเปรี้ยว

ของคู่กัน ยอดมะขาม ลูกยาร่วง เม็ดกาหยู ฯลฯ เลือกที่ลูกที่พองๆหรือสุกเหลืองเต็มที่ จะมีรสหวาน


นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ ตามชอบ ประมาณ 4-5 ลูก ล้างน้ำให้สะอาด
ยอดลำเพ็งก็เลือกเฉพาะใบไม่แก่เกินไป ใส่รวมกัน



ตั้งน้ำแกงเลียง โดยใช้เกลือ 1/2 ช้อนชา กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
(เพิ่มลดลงได้ตามความเหมาะสมหรือตามชอบ)
เมื่อน้ำแกงเลียงเดือด ใส่ลูกยาร่วงลงไป พร้อมกับ ยอดลำเพ็ง ยอดมะขาม รอให้สุก 
ชิมรสตามชอบ ถ้าไม่เปรี้ยวให้ใส่มะขามสดหรือ ระกำสุก จะอร่อยไปอีกแบบ

ตักขึ้นใส่ถ้วย รับประทานตามชอบ




วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เย็บจาก
 

ต้นจาก เป็นพืชที่คนไทยรู้จักมานาน และใช้ประโยชน์ของจากได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ใบจนถึงผล 
ใบจากมีลักษณะคล้ายใบมะพร้าว แต่มีความเหนียว และกว้างกว่า ทำให้สามารถใช้นำมาเย็บเป็นตับ เรียกว่า ตับจาก แล้วนำไปมุงหลังคา กันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะใช้งานไปนาน 
ใบจากกรอบ เปลี่ยนจากสีเขียวเข้ม เป็นสีเหลือง สีน้ำตาล กระทั่งเกือบเป็นสีดำ แต่ก็ยังคงกันฝน
และแดดได้ จนกว่าจะแห้งกรอบและผุไป ซึ่งเย็บตับจากนี้ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่นั้นชำนาญดีนักแล


 

ใช้ทำ หมวกเปี้ยว  ใบจากอ่อนตากแห้งใช้มวนยาสูบ ห่อขนมต้ม หนมจาก
ทำที่ตักน้ำเรียก หมาจาก ในชนบทยังพอมีให้เห็น

เมื่อจะเย็บเป็นตับจาก ก็ต้องมีใบจาก ให้แก่ได้ขนาดพอดี หรือไม่อ่อนไป เพราะจะทำให้ผุง่าย

ตับจาก ทำจากไม้แข็งๆ เช่นไม้หมาก ไม้ไผ่ ผ่าให้ได้ขนาดกว้าง 1 นิ้ว ยาว 3 - 4 ศอก

ตอกสำหรับเย็บ ทำจากต้นคล้า ผ่า 4 - 6 เส้น เอาเนื้อด้านในออกใช้เฉพาะเปลือกนอก
หรือถ้าไม่มีก็ใช้เป็นเชือกพลาสติกได้เช่นกัน แต่ไม่ทนทานแดดฝนเท่าต้นคล้า

 
ไม้หมากใช้ทำเป็นตับจาก จะใช้ต้นแก่ จะมีความทนทานกว่าต้นอ่อน
 
วิธีการเย็บจาก


นำใบจาก 2 ใบมาวางซ้อนกันเข้ากันทั้ง 2 ใบคู่กัน แล้วนำมาพับบนตับให้ใบจากส่วนโคน 
ยาวกว่าส่วนปลาย ประมาณ 3/4 ของใบจากบนตับจาก

 
 นำตอกของคล้าที่เตรียมไว้มาเย็บขึ้นลง 

ทำแบบนี้ไปตลอดจนกว่าจะเย็บเสร็จ 

 
 เมือเย็บเสร็จแล้ว จึงนำไปตากแห้ง เพื่อเตรียมมุงหลังคาบ้าน 

 
 การเย็บจากในแต่ละวัน จะได้ประมาณ 30-50 ตับ แล้วแต่ความชำนาญ

 
 ราคาดับละ 10 -12 บาท แล้วแต่ความหนาของใบจากที่ใช้เย็บ

 

เคล็ดลับในการผลิต

 เมื่อเย็บจากเสร็จแล้ว ให้นำไปตากเเดด เพื่อความทนทาน




 ประโยชน์อย่างอื่น จากใบจาก
                                                        ใช้ใบห่อขนมจาก


ไม้หมากที่ใช้ทำตับจาก ใช้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำลำคลอง

ใช้ปูบนแคร่ สำหรับนั่งเล่น

 

ดั่งเช่นเพลง สะพานไม้หมาก ของมาลีฮวนน่า
 

บางภาพจากอินเตอร์เน็ต เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558



เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ อโวคาโดต้านมะเร็งตับ

สรรพคุณและประโยชน์ของอโวคาโดมีมากมาย หรือเรียกว่าไม่แพ้สมุนไพรชนิดต่างๆ เลยค่ะ
แต่สีสันและหน้าตาและกลิ่นอันไม่น่าประทับใจใครหลายๆคนนัก
อโวคาโด จัดได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพให้คุณค่าต่อร่างกายของเรามากมาย

สรรพคุณและประโยชน์ของอโวคาโด

เนื้อผลประกอบด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ประมาณ 4-20 % แล้วแต่พันธุ์  
กรดไขมันร้อยละ 70 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิด monounsaturater fatty acid  
เป็นกรดไขมันชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยลดปริมาณ LDL ที่เป็นคอเลสเตอรอลที่เป็น
ผลเสียกับร่างกาย และเพิ่มไขมันดี ในเลือดที่เป็นผลดีต่อร่างกายและป้องกันโรคหัวใจ 
เป็นประโยชน์ในการลดไขมันในเส้นเลือด คนเป็นโรคไขมันในเลือดสูงควรรับประทาน
อีกทั้งใช้ลดน้ำหนักได้ดี มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ มีน้ำตาลน้อย ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรรับประทาน
น้ำมันอโวคาโด 
เป็นน้ำมันสกัดจากเนื้อของผลอโวคาโด ที่ผิวหนังดูดซึมได้ดีเมื่อเทียบกับ
น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันมะกอก ซึ่งประกอบด้วย วิตามินอี 
กรดไขมัน linoleic oleic phytosterol ใช้นวดศรีษะเร่งการงอกของผม น้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหาร
ช่วยให้วิตามินและสารอาหรที่ละลายไขมันสามารถถูกดูดซึมนำไปไช้ได้
วิตามินสูง 
มีวิตามิน เอ (เบต้าแคโรทีน) บำรุงสายตา วิตามินบี ป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก 
วิตามินซี ป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน วิตามินอี ช่วยปกป้องเซลล์ ของมลพิษทางอากาศ 
น้ำและอาหาร ช่วยป้องกันร่างกายจากโรคมะเร็งชนิดต่างๆ โรคหัวใจ
อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่นโซเดียม โพแทสเซีม โฟเลต 
ช่วยลดคอเลสเตอรอล ส่วนโพเลตเป็นสารอาหารที่ดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เป็นสารอาหารจำเป็นต่อ
การเจริญเติบโตและสร้างเนื้อเยื่อของทารก
โปรตีนสูงกว่าผลไม้สดอื่นๆ ประมาณ 08-1.7 %  
ให้ค่าพลังงานความร้อนต่อร่างกายสูง แต่คาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าน มีเยื่อใยสูง 
เป็นประโยชน์ต่อการขับถ่าย



สำหรับบำรุงเส้นผมและผิวพรรณ
ผิวแห้ง นำอโวคาดดมาบดผสมกล้วยหอมสุก น้ำผึ้ง อัตราส่วน 1/1/1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วใบหน้าทิ้วไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก ผิวพรรณจะชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา
ภาพจากอินเตอร์เน็ต





บร็อคโคลี่ ลดการเกิดมะเร็งเต้านม


บร็อคโคลีเป็นผักสีเขียวมีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย เช่นสารซัลโพราเฟน 
ซึ่งเป็นสารป้องกันโรคมะเร็ง ในบร็อคโคลี่ 1 ถ้วยตวง ให้วิตามินซีมากถึง 13 %
ถ้ารับประทานอย่างต่อเนื่องก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก

บร็อคโคลี่เป็นผักที่รสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้ หรือจะนำมาประกอบอาหาร 
ก็ได้หลากหลายเมนู อีกทั้งบร็อคโคลี่ยังมีคุณค่าทางสารอาหารที่สูงด้วย เพราะอุดมไปด้วย
เส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย 


การเลือกซื้อบร็อคโคลี่นั้น จะต้องซื้อที่มีดอกแน่น กระชับ มีสีเขียวเข้ม ก้านต้องแข็งแรง
เหนียวนุ่ม ไม่ควรเลือกซื้อบร็อคโคลี่ที่มีดอกสีเหลือง มีใบเหี่ยวเฉา และมีก้านใบแข็งหรือ
หนาจนเกินไป

ประโยชน์ของบล๊อคโคลี่ มี
 
เบต้า แคโรทีน เป็นแหล่งวิตามินเอ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง
การรับประทานบร็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่นง่าย 
ดูอ่อนกว่าวัย ดูอ่อนเยาอยู่ตลอดเวลา
ช่วยป้องกันมะเร็ง อุดมด้วยวิตามินซี 
สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยให้ผนังเส้นเลือดแข็งแรง
ประกอบด้วยสาร glutathione 
ช่วยลดโอกาสเสื่ยงต่อการเกิดไขข้ออักเสบ เบาหวาน โรคหัวใจ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย 
ลดคลอเลสเตอรอล ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ป้องกันการเกิดต้อกระจก บร็อคโคลี่มีสารเบต้าแคโรทีนสูง โดยเฉพาะสาร lutein
ขนาดรับประทาน บรอคโคลี่ ½ ถ้วย/ สัปดาห์ จะดีต่อสุขภาพ

บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ป้องกันโรคกระดูกพรุน เรื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง

ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น
มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก

ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก  

ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ  ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น

 
การล้างสารเคมีที่ติดมากับผัก
1 แช่น้ำข้าวสาร ประมาณ 10-20 นาที
2 แช่น้ำด่างทับทิม ประมาณ 10-20 นาที
3 แช่น้ำเกลือ
4. ล้างน้ำไหลจากก๊อก