วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560
แกงเขียวหวานไก่


วันหยุดประจำสัปดาห์ที่ต้องไปกินข้าวกับแม่ แม่ป้า แม่เฒ่า ดูๆแล้วช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆเรา
แม่เฒ่า ภาษาใต้(คือคุณยาย) นางบอกอยากจะกินขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ เราซื้อขนมจีน 10 กิโล
แม่เฒ่านางบอก ให้ทุนซื้อไก่ทำน้ำแกงเขียวหวาน จัดไปเพื่อคนที่เรารักทำได้ทั้งนั้น
เริ่มงานครัวแม่สุข ช่วยกันทำคนละสิ่งละอย่าง สับๆ ปั้นๆ งานเสร็จเร็วขึ้น ได้กินกันอร่อยๆรัวๆ


การผลิต
1. ไก่ 1 ตัว ประมาณ 1.5 กิโลกรัม
2. มะพร้าว 2 ลูกประมาณ 2 กิโลกรัม
3. เครื่องแกงเขียวหวาน 10 บาท ซื้อจากตลาด
4. โหระพา 1 มัด 5 บาท
5. ฟักแก่ 1 แว่น 10 บาท
6. ขนมจีน 10 กิโลกรัม
เริ่มกระบวนการผลิต
1. ไก่สะดวกมากแม่ค้าสับมาให้ ฟักก็หั่นชิ้นใหญ่ๆ ล้างให้สะอาดพัก ใบโหระพาก็เด็ดใบ ล้างให้สะอาด


2.นำน้ำกระทิใส่กระทะ นำตั้งไฟรอให้เดือด เติมเครื่องแกงเขียวหวานและกะปิลงไป


4. เมื่อน้ำแกงไก่เริ่มเดือดพล่าน นำฟักใส่ลงไป

5. เมื่อทุกอย่างเริ่มสุกจนสุกดี เติมน้ำตาล ใส่ใบโหระพาลงไป ชิมรส



แกงเขียวหวานไก่นี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน บางคนชอบกินมะเขือหรือเลือดไก่ หรือชอบฟัก
ก็ใส่ลงไปตามชอบ กินได้ทั้งเป็นกับข้าวและกินกับขนมจีน
วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560
น้ำมันปลากับสุขภาพ


น้ำมันปลา คนที่รักสุขภาพคงจะรู้จักกันดี เพราะเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่นิยมบริโภคกันอย่างทั่วไป เพราะเชื่อกันหรือบอกต่อๆกันมาว่า น้ำมันปลาแก้ปัญหาการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้เมื่อรับประทานได้มาสักระยะ จากการสังเกตุหรือตามที่แพทย์ตรวจก็ตาม มีเพื่อนคนหนึ่งเขาเป็นเส้นเลือดขอดอยู่นานแล้วมีคนแนะนำให้รับประทานน้ำมันปลาไป สักระยะ อาการของเส้นเลือดขอดก็ดีขึ้นตามลำดับ
จากการวิจัยของชาวญี่ปุ่นในปี 1980 ชาวบ้านหมู่บ้านชาวประมงรับประทานปลาเป็นอาหารหลังมีปัญหาโรคหลอดเลือดและหัวใจต่ำ การเกาะกันของเกล็ดเลือดและความหนืดต่ำ เนื่องจากอาหารทะเลมีน้ำมันปลาในปริมาณสูง ดังนั้นน้ำมันปลาจึงอาจเป็นแนวทางในการป้องกันรักษาภาวะเส้นเลือดอุดตัน จนมีคนที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
น้ำมันปลากับน้ำมันตับปลา ไม่เหมือนกันแม้จะมาจากปลาเช่นเดียวกันก็ตาม
น้ำมันปลา ได้จากการสกัดน้ำมันจากส่วนเนื้อปลา หนัง หัวและหาง ของปลาทะเลหลายชนิด
น้ำมันตับปลา สกัดจากตับของปลาทะเล นิยมรับประทานเพื่อเสริมวิตามินดีและวิตามินเอ
ประโยชน์ของน้ำมันปลาต่อสุขภาพ
- น้ำมันปลาป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
- เพิ่มเอชดีแอลคอเลสเตอรรอล ลดไตรกลีเซอไรด์และความดันโลหิต
- ช่วยลดอุบัติการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ทั้งหลอดเลือดหัวใจแข็ง กล้ามเนื้อหัวใจตาย
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หัวใจวาย ลดความหนืดของผนังหลอดเลือด
- เส้นเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่น
- ช่วยป้องกันการจับตัวเป็นก้อนของเลือด
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและระบบไหลเวียนในโลหิต
- ช่วยเสริมให้ผนังเซลล์แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผิวยืดหยุ่นดี ไม่แห้งเป็นขุย
- มีส่วนช่วยป้องกันและรักษาอาการปวดศีรษะหรือไมเกรน
- ช่วยให้เส้นประสาทตาแข็งแรง ลดโอกาสเป็นต้อกระจก
- ช่วยลดอาการอักเสบของไขข้อ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อใหม่ ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์หรือไขข้ออักเสบ
- บรรเทาอาการอักเสบ ปวด บวมของโรคปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์
- บำรุงระบบประสาทและสมอง ทำให้ความจำและความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นลดการอักเสบของโรคสะเก็ดเงินหรือโรคเรื้อนกวาง
- ลดอาการซึมเศร้า
- ช่วยรักษาทางเคมีบำบัดดีขึ้น ลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด
การรับประทานปลาทะเลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็อาจได้ประโยชน์จากน้ำมันปลาเพียงพอ
ปลาทะเลที่มีน้ำมันมาก เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคเคอรเรล ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
มีไขมันโอเมก้า 3 สูงถึง 1-4 กรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม ส่วนปลาทะเลไทยที่มีไขมันในกลุ่มโอเมก้าสูงเช่น ปลาทู มีน้ำมันปลา 2-3 กรัมต่อเนื้อปลา 100 กรัม ปลาอีกา ปลากระพง ปลาตาเดียว มีน้ำมันปลา 0.5 - 2กรัม ต่อปลา 100 กรัม
การวิจัยแนะนำให้รับประทานในรูปผลิตภัณฑ์เสริม ช่วยลดความเสี่ยง การตายจากโรคหัวใจ
วันละ 0.5-1.8 กรัม จากอาหารวันละ 1.5 -3 กรัม ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจเช่นกัน
ทานอย่างไร
ทานพร้อมมื้ออาหาร ตอนเช้ายิ่งดีเพราะร่างกายได้ให้พลังงานเผาพลานไม่ตกค้างในร่างกาย
กรณีไม่เป็นโรคหัวใจ ให้บริโภคปลาให้หลากหลายชนิดปลาทะเลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชที่มีกรดอัลฟาลีโนเลนิคสูง เช่นแฟลกซีด วอลนัท น้ำมันคาโลลา น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
กรณีเป็นโรคหัวใจ ให้บริโภคกรดอีพีเอและดีเอชเอวันละ 1 กรัม บริโภคปลาทะเลให้มากขึ้น
กรณีมีไตรกลีเซอไรด์สูง รับประทานกรดอีพีเอและดีเอชเอวันละ 2-4 กรัม จากน้ำมันปลาและปลาทะเล
แกงเลียงยอดแหมะ

ยอดแหมะ ที่บ้านฉันเรียกอย่างนี้แต่ที่อื่นไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเรียกว่าอย่างไร นิยมนำมาแกงเลียงเคยเกลือ หรือลวกจิ้มน้ำพริก มีรสชาดออกขมนิดๆ ใบคล้ายๆกับตำลึงแต่ใบจะสากๆกว่าและบางกว่าตำลึง ยอดจะเป็นเหลี่ยมๆ ตำลึงยอดจะกลมๆ ส่วนมากจะอยู่ที่ชุ่มชื้นในป่าในเขา ใบจะอวบใหญ่ดี
เดี๋ยวนี้ขายกำละ 10 บาทกันแล้ว เป็นพืชตามฤดูกาล ช่วงหน้าฝนจะทำให้ยอดอวบน้ำกรอบอร่อยดี
ช่วงหน้าแล้งจะทำให้ขมกว่าแล้วพืชขาดน้ำ

ส่วนผสมแกงเลียงเคยเกลือ
ยอดแหมะ 1 กำมือ
กะปิ 1 ช้อนโต๊
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
หม้อ กะละมัง จวัก
บางท่านไม่ชอบกะปิหรือเกลือ แค่ใส่น้ำปลาลงไปแทนก็ได้ หอมไปอีกอย่างหรือเติมปลาย่างหรือกุ้ง

วิธีทำแกงเลียง
1. ผักที่ได้มาก็ทำการ เด็ดเอาแต่ใบเพลาดและยอดอ่อน ล้างน้ำให้สะอาดพักไว้

2. นำหม้อหรือกะละมัง เติมน้ำลงไป พอประมาณ เติมเคยหรือกะปิ เกลือ
อาหารผักพื้นบ้านภาคใต้ที่คนไทยภาคใต้ทำกินในชีวิตประจำวันมาช้านานแล้ว
ได้แก่ การนำหยวกกล้วย ยอดแมะ ผักหวาน ผักเหลียง ยอดลำเพ็ง
ผักกูดเขียว และผักอื่น ๆ มาเป็นส่วนผสมหลัก เครื่องปรุงก็มี กะปิ
เกลือ น้ำตาล ซึ่งเป็นเครื่องปรุงที่มีประจำครัวอยู่แล้ว
ไม่ได้ใช้สารแต่งรสอื่นแต่อย่างใด
อาหารที่ปรุงมีดังต่อไปนี้..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/188725
อาหารผักพื้นบ้านภาคใต้ที่คนไทยภาคใต้ทำกินในชีวิตประจำวันมาช้านานแล้ว
ได้แก่ การนำหยวกกล้วย ยอดแมะ ผักหวาน ผักเหลียง ยอดลำเพ็ง
ผักกูดเขียว และผักอื่น ๆ มาเป็นส่วนผสมหลัก เครื่องปรุงก็มี กะปิ
เกลือ น้ำตาล ซึ่งเป็นเครื่องปรุงที่มีประจำครัวอยู่แล้ว
ไม่ได้ใช้สารแต่งรสอื่นแต่อย่างใด
อาหารที่ปรุงมีดังต่อไปนี้..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/188725

3. เติมน้ำตาลลงไป แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือด


4. เมื่อน้ำแกงเลียงเดือดชิมรสชาดของน้ำแกงเลียง เมื่อได้ที่แล้วนำยอดแหมะที่เด็ดเอาไว้ใส่ลงไป
อย่าตั้งไว้นานแค่ผักสลด ยกลงจากเตาไฟ พร้อมรับประทาน ถ้าตั้งนานจะทำให้มีรสชาดขมได้

บำรุงตับ มีผลดีต่อผิวพรรณ และสายตา บำรุงระดูของสตรี

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560
เหนียวกลอย

กลอยมีทั้ง กลอยข้าวเหนียว และกลอยข้าวเจ้า กลอยข้าวเจ้า ที่ลักษณะของเถาและก้านใบมีสีเขียว เนื้อในหัวมีสีขาวนวลและหยาบ กลอยข้าวเหนียว ที่เถาจะมีสีน้ำตาลอมดำ เนื้อในหัวมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม เนื้อเหนียว กลอยข้าวเหนียวจะมีรสชาติดีกว่ากลอยข้าวเจ้าจึงได้รับความนิยมมากกว่า
แต่กลอยทั้งสองชนิดก็มีพิษพอๆ กัน ดังนั้นเราต้องมีกรรมวิธีในการกำจัดพิษออกเสียก่อน

ข้าวเหนียว 350 กรัม
มะพร้าวทึนทึกขูด 300 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
เนื้อกลอย 1 ถ้วย
งาคั่ว 1/4 ถ้วย ไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้
1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด ตั้งที่นึ่งให้น้ำเดือด นำข้าวเหนียวที่แช่ขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ใส่ในลังถึงพร้อมนึ่ง

2. นึ่งข้าวเหนียวจนสุกระหว่างรอสุกให้ ขูดมะพร้าวสำหรับนำมาคลุกเคล้ากับกลอย

3. ทำหน้ากลอย โดยนำเนื้อกลอยทีหั่นเป็นชิ้นบางๆแล้วมาแช่น้ำให้นิ่ม แล้วนำไปนึ่งจนสุก


สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)
สังคมออนไลน์ Facebook
บทความน่าสนใจ
-
ฝัน ฝันว่าเท้าเป็นแผลเปื่อยมีน้ำเหลืองทั้งสองเท้า ฝันนี้ ฝันดี หรือฝันร้าย เมื่อคืนฝันไปเป็นสะใภ้นายก เฮ้ยไม่ใช่นิค่ะ แต่ ฝันว่าเท...
-
ปริศนาคำทาย ภาษาใต้ ปริศนาคำทายนั้นมีมากมายหลายอย่าง หลายประเภท ทั้งดี ทั้งสับปดล และสิ่งที่เอาไว้ทายเล่นกับเด็กๆ หรือทดลองเชาว์ปัญญา ข...
-
เหนียวเหลืองหน้ากุ้งบ้านฉัน สูตรบ้านบ้าน ส่วนผสมข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 250 กรัม หัวกะทิ มะพร้าวขูดประมาณ 3 ขีด มะ...
-
เริม เริม โรคที่เป็นได้ทุกที่ และสามารถทำให้เราเจ็บปวด อาจมีอาการคัน เจ็บจี้ดๆ ปวดแสบปวดร้อน ที่บริเวณแผล เมือเป็นแล้วสามารถเป็...
-
ผีเสื้อบินเข้าบ้าน เป็นความเชื่อหรือเปล่าก็ไม่ทราบ หลังจากวันที่พ่อตาเสียชีวตจัดงานศพอยู่ ไปได้สัก 2-3 วันแล้ว อยู่ๆ ก็มีผี...
-
โรคความดันโลหิต ที่เสี่ยงต่อสุขภาพมาเรียนรู้กัน ปีนี้ ข้าพเจ้าได้สมัครใจเป็นอาสาสมัครของหมู่บ้าน หมู่ที่5 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.น...
-
ฝันว่า กินข้าว ฝันค ะ ว่าคุณลุงที่เสียชีวิตแล้วมาขอข้าวกิน ตอนนั้นเราก็กำลังกินข้าวอยุ่พอดี บอกให้แกนั่ง แกก็นั่งลง แล้วเราก็ตั...
-
ยาหนมของดีปักษ์ใต้ จำได้ตอนที่เป็นเด็กๆ อยู่บ้าน พี่ชายลูกของลุง จะบวชแม่เลยให้มาจัดงานที่บ้านเพราะลุงเสียชีวิตแล้ว...
คลังแบบบ้าน
-
►
2018
(
24
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 3 )
-
►
2017
(
83
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 8 )
-
►
2016
(
162
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 11 )
-
►
2015
(
244
)
- ► กุมภาพันธ์ ( 20 )



