วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558


 กินน้ำมะละกอหน้าผ่องใส


เนื่องจากผู้เขียนได้ไปปฎิบัติธรรมถือศีลบวชชี ที่วัดสโมสร ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
แล้วได้นั่ง เสวนากับหลวงตาชม ท่านบอกว่าท่านนะเลือดหนืด ข้นไม่รู้เป็นไร ก็เลยบอกท่านว่าให้ฉันท์น้ำมากๆ หรือฉันท์สมุนไพรประเภท ดอกเก็กฮวย ดอกคำฝอย หรือชามะกรูด ชามะละกอ 

 

ท่านก็เลย อ้อนึกขึ้นมาได้ว่า พระอาจารย์ของท่านหน้าใส ใส ท่านถามว่าพระอาจารย์ฉันท์อะไร 
ท่านก็เลยบอกว่า ฉันท์น้ำมะละกอต้มแล้วดื่มตอนเย็น ทุกๆวัน หน้าเลยผ่องใส ผู้เขียนก็เลยถึงบางอ้อ
เคยได้ยิน ได้อ่าน มาบ้างพอสมควรเลยทำตามบ้าง เห็นผลอย่างไร แล้วจะมาบอก อีกอย่าง 
อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ก็เคยแนะนำให้ทำดื่มกินเช่นกัน ตอนที่ท่านมาเป็นวิทยากรให้กับที่ทำงาน 
หรือเป็นเพราะอานิสงค์ของการปฎิบัติธรรม ด้วยเลยได้ความรู้ดีๆ แล้วมาบอกต่อ สาธุ

มะละกอแบบบ้านๆ
มะละกอแบบพันธุ์นิยม พันธุ์โกโก้
ขึ้นชื่อว่ามะละกอ ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่อาจจะนิยมกินกับไปไนแบบต่างๆ เช่นส้มตำ ผักกับไข่ 
หรือแกงกับกุ้ง ทำเป็นแกงเลียงก็อร่อยไปอีกแบบ กินแบบสุก ก็ทำให้ถ่ายคล่องสบายท้อง 
ก่อนอื่นเราต้องมาจัดการกับมะละกอกันก่อน บางท่านบอกว่าปอกเปลือก แต่บางข้อมูลบอกว่า
ไม่ต้องปอกเปลือก ก็แล้วแต่ท่านจะทำตามสะดวกว่าจะนิยมแบบใด ปอกหรือไม่ปอกเปลือก

 ****************

 สิ่งที่ต้องเตรียมการทำชา


มะละกอดิบ 1 ลูก พร้อมใบเตยให้กลิ่นหอม ชื่นใจ บำรุงหัวใจ

ใบเตย บำรุงหัวใจ กระตุ้นให้หายเหนื่อย ไม่ง่วงนอน ลดน้ำตาลในเลือด แก้กระหายน้ำ 
   ลดอาการท้องร่วง  แก้ร้อนใน แก้ปวดเมื่อย แก้หืด  แก้บวม  ลดไขมันในเลือด

ชาอูหลง ชาใบหม่อน ชาอะไรก็ได้  1 หยิบมือ


 มะละกอ ทำการปอกเปลือกทิ้ง แล้วหั่นชิ้น ล้างน้ำให้สะอาด พร้อมใบเตยตัดเป็นท่อนๆ ตามสะดวก

 

มะละกอหั่น และชาใบหม่อน แต่ไม่ได้ต้มพร้อมกันนะค่ะ

นำเนื้อมะละกอใส่หม้อ เติมน้ำ ต้มให้เดือดแล้วตักเนื้อมะละกอและใบเตยออกไป
 

                      
 เอาเฉพาะน้ำมาใช้ชงชาที่เตรียมไว้สัก 5 นาที แล้วดื่มแทนชาอื่นๆ ทั้งวันก็ยิ่งดี


                                                   ****************


 สูตรของ อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ในการทำดื่มตามสูตรต่อครั้ง คือ 6- 7 ชิ้น 
            ต้มในน้ำเดือด 10 นาที นำน้ำร้อนๆที่ต้มไปชงชาแช่ไว้ 5 นาที
 
 *****************


ประโยชน์

ชามะละกอ จะเป็นการล้างลำไส้ ช่วยล้างระบบดูดซึม คือ ล้างคราบไขมันที่ผนังลำไส้ 
เนื่องจากการกินอาหารประเภทผัดน้ำมันเป็นประจำ คราบไขมันจะเกาะตัวที่ผนังลำไส้เป็นกาวเหนียวมานานแสนนาน จึงเกิดการขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และวิตามินที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย

เมื่อ ระบบดูดซึมไม่ดี กินอาหารก็แต่ไม่ได้สารอาหาร เมื่อเป็นอย่างนี้นานวันเข้า ความป่วยไข้ก็จะ
มาเยื่ยมเยือนเรา แต่อย่างไรถึงร่างกายปกติ ไม่เจ็บไม่ป่วย ก็ควรล้างลำไส้เสียบาง เพื่อล้างคราบน้ำมันที่เคยกินอาหารประเภทผัดน้ำมันมานานหลายปีดีดัก ให้ลำใส้ใสสะอาดบ้าง

คนเราพออายุเพิ่มขึ้นทุกๆปี กินอาหารวันละหลายมื้อ ในมื้อหนึ่งๆ อาจจะมีอาหารที่กินแล้วร่างกายย่อยไปไม่หมดเกิดการสะสมบ่อยๆนานวัน นานปี ตามผนังลำไส้หรืออวัยวะที่เป็นระบบดูดซึมได้ โดยเฉพาะ
ผู้ที่กินอาหารที่มีไขมันเป็นประจำนั้น หากไม่ออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายเผาผลาญ หรือกินผักผลไม้สมุนไพร ช่วยย่อยช่วยล้างไปด้วยกันแล้วยิ่งมีความเสี่ยงที่เกิดการสะสมตามอวัยวะ โดยเฉพาะลำไส้ 




ดังนั้น การดื่มชามะละกอ จะใช้ชา เช่น ชาจีน ชาใบหม่อน ชาปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้า ชาอู่หลง  ชาเขียว 
และอีกมากมาย นำมาชงกับนำต้มมะละกอแทนน้ำเปล่า เพื่อช่วยล้างไขมันที่เกาะตามลำไส้ ซึ่งทำได้
ไม่ยาก ลองทำดื่มบ้าง ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น แต่ร้อนชาจะมีกลิ่นหอมน่าทานกว่า แต่ถ้าไม่ชอบก็แบบเย็นได้เช่นกันคะ บางท่านบอกว่าหน้าท้องยุบด้วย แต่ต้องทานสัก 1 เดือนขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งก็เป็นผลพลอยได้อย่างดี ที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ต้องการเป็นอย่างมาก




ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสืออาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา เรียบเรียงโดยบ้านบิวเบสท์










  

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

ยำมะม่วงกับปลาจิ้งจั๊ง 

ตอนนี้เป็น ฤดูมะม่วงเบาที่บ้านออกเป็นลูกๆ ขนาดพอกิน คือไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป
ส่วนที่อ่อนๆ  ก็นำไปทำ มะม่วงน้ำปลาหวานเสีย  ส่วนที่แก่ขึ้นอีกหน่อยก็เอาไปยำ แกง
และสารพัดที่จะคิดทำ แต่ไม่เฉพาะมะม่วงเบาเท่านั้นที่ทำเป็นยำได้ มะม่วงแรดก็ทำได้ ตามความชอบของบุคคล แต่มะม่วงเบาที่บ้านเป็นมาก และหาง่าย อีกอย่างนางเปรี้ยวได้ใจมาก


มะม่วงเบาหรือมะม่วงบ้าน ตัวชูโรง มาพร้อมกับ ปลาจิ้งจ้าง หรือปลาใส้ตัน เป็นของคู่กันที่ปักษ์ใต้

 
 ปลาจิ้งจ้าง หรือปลาใส้ตัน แห้ง ยังไม่ผ่านการทอด

 
  
ส่วนอันนี้ ผ่านการทอดแล้ว มีทั้งทอดเอง และทอดจากโรงงาน

  
มี น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนชา น้ำปลา 1-2 ช้อนชา หอมแดงซอย 2-3 หัว พริกขี้หนูหั่น 5-10 เม็ด               น้ำยำที่ทำเตรียมไว้ หรือจะเติมลงในถ้วยยำแล้วทำการคลุกเคล้าให้เข้ากันก็ได้


                                             ส่วนประกอบการทำยำมะม่วงกับปลาจิ้งจ้าง
 
 
           
               มะม่วง 4-5 ลูก ขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก
       เด็ดจากต้นและพวงมะม่วงเป็นลูกๆ แก่กำลังดีผิวเต่งตึง ยางยังไหลอยู่เลย


 ทำการปอกเปลือกออกหรือไม่ปอกเปลือกออกก็ตามความชอบ แล้วทำการสับๆ เฉาะๆ 
ขนาดตามความพอใจ เล็กใหญ่ ตามชอบ ขยำน้ำเกลือ เพื่อไม่ให้เปรี้ยวมากเกินไป 


  ปลาจิ้งจ้าง  2 ขีด ประมาณ 20 บาท แถวๆบ้านขายแบบนั้น แบบไม่ทอด 
เลือกเอาเศษฝุ่นผงออกแล้วล้างให้สะอาด




ทำการทอดแล้วตั้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เคี้ยวเล่นก็เพลินดี เป็นกับแกล้มก็อร่อยชัว

***************

 เมื่อได้ครบทุกอย่างตามกระบวนการแล้วทำการยำกันค่ะ

 

นำมะม่วงที่สับๆ ซอยๆ แล้วใส่ภาชนะ ใหญ่ๆสักนิด เติมน้ำตาล น้ำปลานิดหน่อย เพราะปลาเค็มอยู่แล้ว



 ใส่ปลาลงไป เติมพริก แล้วทำการคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสดู เพิ่มเติมได้ 

ต้องรับประทานทันที เพราะปลาจะไม่กรอบเพราะมะม่วงและน้ำยำจะมีน้ำออกมากทำให้ไม่อร่อย
นี่แหละจ้า ยำปลาจิ้งจ้ากับมะม่วงเบา แบบบ้านๆ

 ****************




แถม แถม มะม่วงน้ำปลาหวาน กับมะม่วงจิ้มมันกุ้ง ของปักษ์ใต้


วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

 เรื่องหมู หมู หมูแดดเดียว


เรื่องหมู แต่ไม่หมู กันการทำหมูแดดเดียว หรือจะ สองแดด สามแดด จะยังไง ก็สู้หมูแดดเดียว
ไม่ได้จ้าชอบกินกันใช่ไม่ค่า ไม่ว่าจะกินเป็นกับข้าว หรือจะกินกับข้าวเหนียว ก็อร่อยไปอีกแบบ
ยิ่งห่อใบตองตามธรรมชาติแล้ว ยิ่งหอมอร่อย ยั่วน้ำลายได้อีก เดี่ยวนี้ไม่ทำเองก็มีขายตามท้องตลาด
โดยทั่วไป แต่ต้องสังเกตุเอาเองว่า เจ้าไหนอร่อยต้องดูที่คนซื่้อ ยิ่งคนมากก็ยิ่งการันตีว่าอร่อยจริง

 

ยิ่งห่อใบตองตามธรรมชาติแล้ว ยิ่งหอมอร่อย ยั่วต่อมน้ำลาย



ว่าแล้วมาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างเป็นส่วนประกอบความอร่อย


 ส่วนผสม

เนื้อหมู                       600     กรัม
กระเทียมกลีบเล็ก         1 1/2   ช้อนโต๊ะ
กระเทียมกลีบใหญ่        3         กลีบ
พริกไทย                    1         ช้อนชา
เม็ดผักชี                    1/1       ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น                    1/2       ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย               1          ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย                  1          ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว                    1          ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส                 2          ช้อนโต๊ะ 




วิธีทำ

ล้างหมูให้สะอาด  จะใช้หมูเนื้อแดงอย่างเดียวก็ได้ แต่เนื้อสัมผัสจะแข็งนิดหน่อย  
ก็เลยขอเลือกเป็นสามชั้น แต่แล่ส่วนที่เป็นหนังและมันออกแล้วก็จะสวยแบบนี้


 หั่นชิ้นขนาดตามต้องการ

 

 เล็กๆ หรือใหญ่ๆ  หนาๆ บางๆ ตามใจฉัน


นำสามสหาย กระเทียม  พริกไทย เม็ดผักชี โขลกให้เข้ากัน นำไปหมักกับหมูที่หั่นและล้างสะอาดแล้ว


ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ ซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากัน


 นำไปแช่ในตู้เย็นสัก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมซึมเข้าในเนื้อหมู ให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น

นำหมูที่หมักไว้ แล้วมาตากแดดร้อนดีๆ   สัก 3-4 ชั่วโมง แล้่วนำมาผึ่งลม ให้คลายร้อน

  

ตั้งกระทะน้ำมันใช้ไฟปานกลาง รอจนน้ำมันร้อน นำหมูไปทอดจนสุกเหลือง


ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน


เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ หรือ กินเป็นกับข้าว


 กับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ อร่อยแบบเวอร์ เวอร์ ตามประสา คนบ้านนอก



วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

เมนู ปลาหมึกมะนาว

 

 ไปตลาด สดข้างบ้านมา ได้ปลาหมึกมา 1 กิโลกรัม 120 บาท ขาดตัว ไม่ต้องต่อให้เปลืองแรง  
มีขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาด ทั้งหมึกกระดอง หมึกกล้วย และหมึกหอม เลือกตามชอบ

 
 

เป็นหมึกไข่ซะด้วย ของชอบของเด็กๆ ทั้งสอง ไม่แต่เด็กหรอก แม่ครัวก็ชอบ สงสัยความดันจะขึ้นอีก 555 ช่างมัน ค่อยออกกำลังกายเอา ว่าแล้วก็มาทำ เมนูปลาหมึกมะนาว 
กันดีกว่า ส่วนผสมก็ไม่มากไม่มาย มีอยู่ในตุ้เย็นก็จับๆ หยิบๆ มาใช้ได้ ตล๊อด ตลอด


ส่วนผสม

ปลาหมึกกล้วย                      200 กรัม
กระเทียมกลีบใหญ่ ปอกเปลือก 30 กรัม
น้ำมะนาวสด                        3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาอย่างดี                      3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย                        1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสด                         3-5 เม็ด
ผักกาด หรือ ผักประดับจาน
 

วิธีทำ

ล้างปลาหมึก ควักกระดูกที่หลัง ดึงหมึก ออกให้หมด บางคนชอบที่จะไม่ลอกผิวหนังออกก็สวยดี หรือจะลอกออกก็จะขาวดี จะบั้งหรือไม่บั้งก็ได้ ล้างให้สะอาด นำไปลวกหรือนึ่งให้สุก รอไว้ก่อน



ทำน้ำยำ

ให้นำพริกขี้หนู น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย และกระเทียมสับ ใส่ ถ้วย ชาม หรืออะไรก็ได้ตามสะดวก
คนให้เข้ากัน ให้น้ำตาลละลายดี ชิมรส ตามความพอใจ



 จัดเสิร์ฟ

 นำผักกาดวางไว้ที่จาน ใส่ปลาหมึกที่สุกแล้ว จัดวางในจาน แล้วจะราดน้ำยำลงไปหรือจะจัดเป็นตัวๆ

                                
            แล้วให้ผู้บริโภค จิ้มในน้ำจิ้มก็ได้ อร่อยไปอีกแบบ เป็นน้ำจิ้ม ก็ไม่เผ็ดมากสำหรับเด็กๆ


ข้อคิด คนที่เป็นโรคความดันไม่ควรรับประทานบ่อยๆ เพราะปลาหมึกมีผลกับความดัน
อีกอย่างเดี่ยวนี้ปลาหมึกนั้น มีสารปนเปื้อนมาก แม่ค้าบางเจ้าใช้ไฮเตอร์ผสมลงในน้ำแล้วแช่ปลาหมึกเพื่อให้ปลาหมึกตัวแข็งและไม่พอง สีบนตัวไม่กระจาย