วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

เปียกปูนกะทิสด


ขึ้นชื่อว่าขนนมเปียกปูน เราก็ได้ยินมาแต่โบราณ ขนมเปียกปูนที่ใช้ใบเตยสีเขียวๆ กวนกับแป้งข้าวจ้าว ไห้เนื้อเหนียว เนียนนุ่ม กินคู่กับมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย เป็นอันได้กินของอร่อย

แต่สมัยนี้ นิยมดัดแปลงให้ขนมไทยๆ ก้าวไปไกลกว่าเดิม วิธีรับประทานก็ต่างออกไป เช่น ขนมเปียกปูนกะทิสดนี่ ซึ่งจะกวนไห้เหลวกว่าขนมเปียกปูนเดิมที่ตัดเป็นชิ้นๆ

ซึ่งขนมเปียกปูนกะทิสด มักจะทำเป็นถ้วย เนื้อเปียกปูนจะนิ่มหนึบ ไม่แข็งเท่าแบบชิ้นเหลี่ยมๆ พร้อมราดด้วยกะทิสด โรยงาคั่วหอมๆ


ขนมเปียกปูนกะทิสด เป็นขนมหวานแบบไทยๆ สมัยนี้นิยมทำกันมาก มาดูส่วนผสมกัน

ส่วนผสม
– แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
– แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
– น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง
– น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
– เกลือเล็กน้อย
– น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม
– น้ำตาลทรายแดง 1/ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำปูนใส และน้ำใบเตย ผสมกันนวดจนเข้ากันดี

2. พอนวดเข้ากันดีแล้ว ก็ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลปี๊บ นวดต่อจนเข้ากันดี กรองด้วยผ้าขาวบาง 1 รอบ เพื่อไห้เนื้อแป้งเนียนนุ่ม

3. เปิดไฟกลางกวนจนส่วนผสมเริ่มจับตัวเป็นก้อน ให้ลดไฟอ่อนค่อยๆกวนจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดี

4. เอาไม้พายตักขึ้น ถ้าแป้งเหนียวติดไม้ก็ได้แล้ว จากนั้นนำไปหยอดลงถ้วย ขนาดต่างๆตามชอบ

 

ส่วนผสมกะทิราดหน้าขนม
- กะทิ 500 กรัม - แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา เกลือแค่หยิบมือ
- งาคั่ว ใส่ขนมเปียกปูนแล้ว ก็ราดหน้าด้วยกะทิเลยคะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วหอมๆ





 ลูกลังแข ผลไม้หายาก

 
ลังแข ผลไม้ป่าหายาก 1 มีครั้งเดียวที่ได้ลิ้มรสชาด เนื้อ หอม หวาน อร่อย ใครได้ลองต้องติดใจ แต่เสียใจที่หากินยาก 1 ปี มีแค่ครั้งเดียว พลาดได้ไงต้องลอง

  

"ผลลังแข " สุดยอดผลไม้ชายแดนใต้ 1 ปีมีแค่ครั้งเดียว อยากลองทานต้องไม่พลาด เนื้อหวาน อร่อย

ลักษณะ ของผลเปลือกนอกเมื่อสุกมีสีเหลืองเข้ม เปลือกหนา เป็นพวงคล้ายมะไฟ เนื้อด้านในสีขาวเป็นกลีบ หวาน กรอบ 

  

ลังแข หรือ รังแข ผลไม้ป่าอีกชนิดหนึ่งที่พบแถวป่า (แก่) ภาคใต้ ที่ยะลาพบมากแถวป่าบาลาฮาลา เป็นพืชตระกูลเดียวกับละไม มะไฟ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลใหญ่ เนื้อหวานๆ ทานอร่อยมาก




วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2563

ขนมปัดข้าวเหนียว


ปัด หรือขนมปัด เป็นขนมพื้นบ้าน พื้นถิ่นที่มีลักษณะเป็นห่อยาวๆ นิยมห่อด้วยใบลาน หรือก็ใบเตยถ้า
ไม่มีใบลาน ลักษณะเป็นห่อยาวๆ ด้านในมีข้าวเหนียวผัด คล้ายกับข้าวต้มมัด ซึ่งส่วนผสมมี ข้าวเหนียว น้ำกะทิ เกลือ น้ำตาล นำมาผัด ให้เข้ากัน พอสุก 

นิยมนำมากินกับน้ำชา กาแฟตอนเช้าๆ หรือขายเป็นขนมในงานต่างๆ เช่นงานแต่ง งานบวช งานวัด งานบุญตามเทศการ

 

วิธีทำ
1. นำข้าวสารเหนียวขาวมาล้างให้สะอาดใส่ตะแกรงวางไว้ให้สะเด็ดน้ำ 

2.นำกะทิใส่กระทะตั้งไฟเกือบจะเดือด เติมเกลือพอมีรสเค็มแล้วใส่ข้าวเหนียวลงผัดพอหมาดๆ 
เติมน้ำตาลทรายนิดหน่อย พอให้เกือบสุก ยกลง


วิธีห่อปัด


1.ใช้ใบมะพร้าว ใบลาน หรือใบเตยหอมก็ได้ แต่ส่วนมากจะใช้ใบมะพร้าวและต้องเป็นใบอ่อน 

 

2.โดยตัดตรงโคนใบให้เรียบร้อยแล้วม้วนตรงโคนใบกลับมาหาส่วนปลายใบ ยาวประมาณ 5 นิ้ว 2 ใบ 
ซ้อนใบมะพร้าวให้สนิทเหมือนรูปเรือเอาข้าวเหนียวผัดใส่พอสมควร 

  
3. พับใบมะพร้าวส่วนบนลงปิดข้าวเหนียวให้สนิทใช้เชือกมัดพันให้ตลอดตัวปัด



4. นำไปต้มให้ข้าวเหนียวสุก ลักษณะของปัดเป็นรูปกลมยาว


นำมาเพิ่มเพ็กเกจ ไห้สวยงามด้วยใบตองมัด คาดด้วยเชือกกล้วย สวยๆ แบบไทยๆ

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563

กระเพาะปลาน้ำแดง


นานๆ จะมีเมนู กระเพาะปลาน้ำแดงสักกะที เพราะมีขั้นตอนเยอะ แต่ไม่ยุ่งยากเพราะทำตามขั้นตอน 
การทำกระเพาะปลาน้ำแดงนั้น เราต้องจัดการกับกระเพาะปลาก่อนค่ะ เลือกกระเพาะปลาที่ใหม่ สะอาดสีขาวๆ ไม่มีกลิ่นหืนน้ำมัน นำมาต้มน้ำร้อนเพื่อล้างเอาน้ำมันในตัวกระเพาะปลาออก ในขั้นตอนนี้ป้องกันกลิ่นคาวของกระเพาะปลา และกลิ่นหืนน้ำมัน ให้นำขิงแก่บุบ ใส่ลงไปต้มด้วยช่วยดับกลิ่น 



ซึ่งกระเพาะปลานั้นมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กเท่านิ้วก้อย แล้วแต่จะเลือกแต่ที่ทำเลือกแบบใหญ่ๆ จะได้เนื้อมากกว่า


 สิ่งที่ต้องเตรียม
- กระเพาะปลาใหม่ๆไม่มีกลิ่นหืน
- หน่อไม้สดต้ม แล้วฉีกเป็นชิ้น
- เนื้ออกไก่ต้ม แล้วฉีกเป็นชิ้น
- เลือดหมู หรือ เลือดไก่ หั่นลูกเต๋า
- ไข่นกกระทาต้มสุก
- เห็ดหอม หั่นชิ้นยาวๆ
- ผักชี
- รากผักชี
- โครงไก่
- ซีอิ๊วขาว
- เกลือป่น
- ซอสหอยนางรม
- น้ำตาลทราย
- พริกไทยป่น
- แป้งข้าวโพดหรือใช้แป้งมัน  
- น้ำสำหรับละลายแป้งข้าวโพด
- รสดี สำหรับต้มน้ำซุป
- พริกไทยป่น

- เส้นหมี่ ถ้าชอบเส้น

 

  

 วิธีทำ

1. นำกระเพาะปลาไปต้มน้ำร้อนจนกระเพาะปลาเริ่มนิ่ม แล้วนำมาล้างน้ำค่อยๆบีบเบาๆจนน้ำมันในกระเพาะปลาแห้งแบบหมาดๆ ล้างน้ำหลายๆน้ำ จนน้ำมันเริ่มน้อยลง จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 

 

2. ต้มน้ำซุป ใช้กระดูกเอียเล้ง 1/2 กิโล กับโครงไก่ 1 ตัว และเนื้ออกไก่ ต้มอย่างน้อย 1 ชม. ใส่รากผักชี เติมรสดีต้มน้ำซุป เกลือป่น แล้วตักไขมันออก กรองเอาแต่น้ำใสๆ รสชาติจะหอมน้ำซุปเข้มข้น

  

3. เมื่อได้น้ำซุปแล้ว ก็นำกระเพาะปลาลงไปต้ม จนกระเพาะปลานุ่ม ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง ซอสเห็ดหอม และซอสหอยนางรม

4. เห็ดหอมแช่น้ำอุ่นไว้จนกระทั่งนิ่มดี ก็บีบให้แห้งสักหน่อย นำมาตัดโคนแข็ง ๆ ทิ้งไป น้ำที่แช่นำมาต้นกับน้ำซุปได้

5. ชิมรสชาติให้เข้มข้นเล็กน้อย จากนั้นใส่หน่อไม้ที่ต้มแล้วลงไป เห็ดหอมหั่น ตามด้วยเลือด


6. จากนั้นใส่อกไก่ที่ฉีกเป็นเส้นๆแล้ว และไข่นกกระทา 
7. รอน้ำซุปเดือดอีกครั้ง ละลายแป้งมันลงไปค่ะ แนะนำว่าให้ค่อยๆใส่ทีละน้อย คนไปเรื่อยๆ จนความเหนียวได้ที่ ถ้ายังเหลวไห้นำแป้งละลายน้ำแล้วเติมลงไปตอนร้อนๆ คนๆไห้เข้ากัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

8. ตักกระเพาะปลาน้ำแดงของเราใส่ชาม โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทยป่น พร้อมรับประทาน หรอจะเพิ่มพริกน้ำส้มก็ได้ อีกรสชาติ

 







วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2563



ขนมข้าวเกรียบปากหม้อสมุนไพร 

อาหารว่างของไทย ไม่ว่าจะขายที่ไหน กลิ่นหอมๆของแป้งและ กระเทียมเจียว โชยมาแตะจมูก แกล้มด้วยผักชี และพริกเขียวสด หรือผักกาดขาว 

อาหารว่างชนิดนี้มีชื่อว่า ข้าวเกรียบปากหม้อ มีทั้งไส้เค็ม และไส้หวาน 
วันนี้นำเสนอ ข้าวเกรียบปากหม้อไส้เค็ม ที่มีเนื้อหมูเป็นส่วนผสม
ส่วนตัวแป้งน้้น สามารถผสมสีตามธรรมชาติได้ เช่นดอกอัญชัน ขมิ้น ใบเตย สีจะออกมาสวยไม่เข้มมาก

ส่วนผสมไส้เค็ม

          • พริกไทยขาวเม็ด 1/2 ช้อนชา
          • รากผักชีสับ 2 ช้อนโต๊ะ
          • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ 
          • น้ำมันพืช (สำหรับผัดไส้) 2 ช้อนโต๊ะ
          • หมูสับ 500 กรัม
          • หอมแดง (หั่นเล็ก ๆ) 400 กรัม
          • หัวผักกาดเค็มสับ 1/2 ถ้วยตวง
          • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
          • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วยตวง
          • ถั่วลิสงบด 1 ถ้วยตวง 

1. โขลก3 เกลอ พริกไทย รากผักชี และกระเทียมให้ละเอียดเข้ากัน
2. นำน้ำมันพืชใส่กระทะนำขึ้นตั้งไฟ ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไปผัดจน หอม ใส่หมูลงผัดจนสุก ใส่หัวหอมแดง และผักกาดเค็ม ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส และน้ำตาลปี๊บ ผัดจนแห้ง และเหนียว ยกออกจากเตา ใส่ถั่วลิสงลงไปผัดให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ไห้เย็น

 

ส่วนผสมของแป้งข้าวเกรียบปากหม้อ

          • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
          • แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
          • แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำเปล่า 3 ถ้วย  ใช้สมุนไพรตามชอบ แบ่งเป็น สีๆ


นำหม้อหรือกระปุกสำหรับผสมแป้ง แล้วนำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม และน้ำเข้าผสมไห้เข้ากันเตรียมไว้ ถ้าจะผสมสีก็นำน้ำสมุนไพรที่เตรียมไว้ มาผสมแทนน้ำเปล่า


  วิธีการทำตัวแป้งบนหม้อ

 1. นำหม้อสำหรับนึ่งข้าวเหนียว มาตั้งไฟ เติมน้ำประมาณครึ่งหม้อ
 
 2. นำผ้าขาวบางมาขึงไห้ตึง ตัดเป็นช่องไว้สำหรับไอน้ำระเหย ไห้ตัวแป้งสุก


 3. นำส่วนผสมแป้ง 1 จวัก วนๆบนปากหม้อ  ปิดฝานึ่งจนแป้งสุก หรือเป็นสีใส ๆ

 
 
 4. นำไส้วางตรงกลาง ใช้พายปาดแป้งขึ้นห่อไส้ให้มิด ปาดห่อตัวไห้เป็นเกลียวๆ สวยด้วยไม้พาย



 5. ตักใส่ถาด พรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวเสิร์ฟ กินคู่กับ พริกเขียวสด ผักชี คู่กาแฟหอมๆ เป็นอาหารเช้า



 แกงไตปลาคั่วแห้ง  

 
ครัวคุณแม่ นำเสนอเมนูภาคใต้แท้ๆ แกงไตปลาคั่วแห้ง ลักษณะของแกงมีน้ำนิดหน่อย เพิ่ม ข่า ตะไคร้ ตำหยาบๆ และปลาย่างมากหน่อยคะ วิธีทำเหมือนกันแค่ผัดไห้แห้งหรือมีน้ำนิดๆ เพิ่มเติมนิดไตปลาแห้งไม่ต้องใส่ผักคะ ใส่แต่ปลาย่างกะสมุนไพร วิธีการง่ายๆ ไม่มากความมาสู่การทำกันเลย สมุนไพรเต็มๆ

 

สิ่งที่ต้องเตรียม 
1. ไตปลา 5 ถุง
2. เครื่องแกง เช่น พริกไทยดำ ข่า ตะไคร้ ขมิ้น พริกแห้ง พริกสด ใบมะกรูด ผิวมะกรูด กระเทียม ตำไห้ละเอียด
3. ปลาย่างแกะเนื้อ

วิธีทำ
1. ตั้งน้ำไห้เดือด ใส่ใบมะกรูดด ตะไคร้ทุบลงต้มไตปลาไห้เดือด กรองเอาแต่น้ำ 


2. ตั้งหม้ออีกครั้งเทน้ำไตปลาที่กรองไว้แล้วลงไป นำเครื่องแกงใส่ลงไป ใส่กะปินิดเดียว ตั้งไห้เดือด 
 

3. ปลาย่างให้สุก แกะเอาแต่เนื้อ นิยมใช้ปลาซาบะ หรือ ปลาโอทูน่า เนื้อเยอะ แน่นๆ

4.ใส่ปลาย่าง เติมมะขามเปียกอีกนิดตัดรส เติมน้ำตาลนิดหน่อย 

 


5. ผัดจนแห้งงวด สุดท้ายโรยใบมะกรูด เก็บใส่ภาชนะ ปิดมิดชิด 

 

6. ข้าวสวยร้อนๆสักจาน ตักใตปลาคั่วแห้งสักช้อน พร้อมผักจิ้ม ช่างเหมาะเจาะ
 
 แกงไตปลาแบบน้ำ